Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

8 เคล็ดลับช่วยดูแลผิวพรรณไม่ให้เกิดอาการคัน (itching)

8 เคล็ดลับช่วยดูแลผิวพรรณไม่ให้เกิดอาการคัน (itching)



     เมื่อพูดถึงอาการคัน (itching) เชื่อว่าคุณผู้อ่านแทบทุกคนในที่นี้ต้องเคยผ่านกันมาทั้งสิ้น ทั้งที่เกิดจากการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย อาการแพ้ต่างๆ หรือผิวพรรณที่แห้งตามสภาพอากาศ ยิ่งคันก็ยิ่ง เกา เพราะการเกาอาจช่วยให้ความคันทุเลาลงได้ ถึงแม้ว่าความคันจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เมื่อเราเกา ก็หายไปแต่อาการคันล้วนก่อให้เกิดความไม่สะดวกสบาย และยังทำให้เสียบุคลิกอีกด้วย จะดีกว่ามั้ยถ้าเราสามารถรักษาอาการคันได้ง่ายๆ แม้อยู่บ้าน โดยไม่ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปดูกันเลยว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยกำจัดความคันไปจากผิวพรรณอันงดงามของ เรา!

    1. Oatmeal

    วันนี้เราจะมาพูดถึง Colloidal Oatmeal หรือข้าวโอ๊ตชนิดพิเศษที่ไม่ใช่สำหรับการรับประทาน แต่มีไว้ สำหรับการรักษาอาการที่เกี่ยวกับผิว เช่น ผิวแห้ง ลักษณะของ Colloidal Oatmeal เป็นข้าวโอ๊ตที่บดจน ละเอียดและนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สบู่ ครีมโกนหนวด ครีมอาบน้ำ และโลชั่นบำรุงผิว มีการ วิจัยศึกษาซึ่งตีพิมพ์ใน www.ncbi.nlm.nih.gov แสดงให้เห็นว่า Colloidal Oatmeal มีความปลอดภัยในการนำมาบรรเทาอาการคันบริเวณผิวหนังที่สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งแมลงสัตว์กัดต่อย ผิวแห้งตามสภาพอากาศ หรือการอักเสบอื่นๆ เพื่อนๆ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาชั้นนำ หรือจะนำข้าวโอ๊ตมาบดเองจนละเอียด ใส่ถุงตาข่ายขนาดเล็ก และแช่น้ำสำหรับอาบก็ได้เช่นเดียวกัน

    2. Leaf Gels

    ผลิตภัณฑ์เจลและครีมบำรุงผิวที่สกัดจากพืชตามธรรมชาติอย่าง ว่านหางจระเข้ และมิ้นท์ ล้วนมีฤทธิ์ที่ ช่วยบรรเทาอาการคันที่ผิวหนัง จากการเผาไหม้ของแสงแดด หรือแมลงสัตว์กัดต่อย ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกมามากมาย อย่าลืมใส่ใจในส่วนประกอบและเลือกให้เข้ากับจุด ประสงค์ของเราอย่างละเอียดนะคะ

    3. High-Quality Moisturizers

    โลชั่นที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นต่อผิวเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีให้เราเลือกสรรอย่างละลานตา ด้วยคุณภาพและราคาที่แตกต่างกันไป สำหรับโลชั่นบำรุงผิวที่มีคุณภาพดีนั้นก็จะช่วยกักเก็บน้ำและ ความชุ่มชื้นภายในชั้นผิวหนังของเราได้เป็นอย่างดีทำให้ผิวของเรามีความชุ่มชื้น และไม่แห้งตึง ซึ่งเป็น สาเหตุของอาการคันอีกอย่างหนึ่งด้วย ลองเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ก็เป็นอีกทาง เลือกที่ดีเช่นกัน

    4. Be cool

    คลินิกที่เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังได้ให้คำแนะนำสำหรับการรักษาอาการคันที่เกิดจากแมลงกัดต่อย คือการประคบเย็น ทั้งเจลประคบเย็น หรือการใช้ผ้าห่อน้ำแข็งก็ได้เช่นเดียวกัน ความเย็นจะช่วยบรรเทาความคันและค่อยๆ สมานแผลให้หายดี ไม่ควรใช้ความร้อนเมื่อถูกแมลงกัดต่อย เพราะจะทำให้ระคายเคืองยิ่งขึ้น

    5. Antihistamines

    Histamine หรือฮีสตามีนเป็นสารเคมีที่ก่อให้ร่างกายเกิดอาการแพ้ที่รวมถึงอาการคันจากสาเหตุต่างๆ ยาบรรเทาภูมิแพ้ หรือ Antihistamines เป็นยาที่ใช้กันทั่วไป อีกทั้งยังสะดวกและหาซื้อได้ง่าย ข้อควรจำ เป็นสำหรับการใช้ยาแก้แพ้ก็คือทำให้เราง่วงนอน หรือสลึมสลือ ดังนั้นควรรับประทานในช่วงก่อนเข้า นอนจะดีที่สุด

    6. Hydrocortisone

    Hydrocortisone หรือสารไฮโดรคอร์ติโซน เป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ บรรเทาอาการคันที่ผิวหนัง ในปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ทั้งแบบครีม และยาที่ช่วยต้านอาการคันบริเวณหนัง แต่ก่อนที่เพื่อนๆ จะซื้อมาใช้ ลองสังเกตส่วนประกอบของครีมดังกล่าวให้ดีเสียก่อน ในตัวครีมหรือยา ควรมีสารไฮโดรคอร์ติโซนต่ำกว่า 1% เนื่องจากเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงหากใช้มากเกินไป อาการคันหรืออาการอักเสบของผิวหนังจะค่อยๆ บรรเทาและหายดีในที่สุด

    7. Antidepressants

    Antidepressants หรือยารักษาโรคซึมเศร้าก็สามารถรักษาอาการระคายเคืองหรือความคันที่เกิดกับผิว หนังของเราได้เช่นกัน วิธีนี้จากดูแปลกไปสักหน่อยแต่ในยารักษาโรคซึมเศร้านั้นจะทำปฏิกิริยาให้ร่าง กายผลิตฮอร์โมนเซโรโทนินที่ช่วยผ่อนคลายและบรรเทาสาเหตุของอาการคันทั้งหลายแหล่

    8. Stop Scratching!

     เป็นปฏิกิริยาทางธรรมชาติเมื่อเราเกาผิวหนังบริเวณที่เกิดอาการคัน แต่การเกาแรงๆ เพื่อความสะใจนั้นไม่ช่วยให้อาการคันหายไป และยังทำให้ผิวของเราระคายเคือง เสี่ยงต่อการติดเชื้อ มากยิ่งขึ้น เพื่อนๆ จึงควรหลีกเลี่ยงการเกาทุกๆ บริเวณบนร่างกาย เลือกใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าอ่อนโยน ใส่สบายและควรตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอเพื่อปกป้องเชื้อโรคที่อาจเข้าสู่ผิวหนังของเราโดยไม่รู้ตัว

     หากมองกันอย่างผิวเผิน อาการคันคงเป็นเรื่องเล็กน้อยของใครหลายๆ คน แต่ถ้าหากเพื่อนๆ มีความใส่ใจสุขภาพและสังเกตร่างกายอยู่เป็นประจำ ก็คงทราบได้ว่าบางทีอาการคันนั้นก็สามารถเป็น สัญญาณเตือนโรคภัยต่างๆ ได้เช่นเดียวกัน หมั่นดูแลสุขภาพและร่างกายให้ดีอยู่เสมอทั้งภายในและภาย นอกเพียงเท่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลกับอาการคันที่เกิดขึ้นแล้ว


www.healthline.com
www.ncbi.nlm.nih.gov
www.harrmor.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน