Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

8 เคล็ดลับล้างลำไส้ ง่ายและรวดเร็ว!

8 เคล็ดลับล้างลำไส้ ง่ายและรวดเร็ว!



      อาหารการกินในทุกวันนี้ค่อนข้างเสี่ยงต่อสารพิษ และเชื้อโรคต่างๆ นาๆ จะเลือกรับประทานอะไรแต่ละทีก็ต้องคิดแล้วคิดอีก จนบางครั้งร่างกายของคุณก็กลายเป็นแหล่งสะสมของเสียบริเวณลำไส้ใหญ่ไปด้วยไม่รู้ตัว หากสะสมไว้นานวันเข้า น้ำหนักตัวอาจจะเพิ่มขึ้นได้และยังไปขัดขวางอวัยวะส่วนอื่นๆ ในการดูดซึมสารอาหาร การกำจัดของเสียในร่างกายก็จะทำได้ยากยิ่งขึ้น วันนี้เราจึงมาแนะนำ 8 เคล็ดลับง่ายๆ ทำความสะอาดลำไส้ให้สะอาดอยู่เสมอกันค่ะ

     1. ใยอาหารจำเป็นอย่างมาก

     สุภาพสตรีในช่วงอายุ 19-50 ปี ควรบริโภคอาหาร ผัก หรือผลไม้ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ 25 กรัมเป็นประจำทุกวันเพื่อบำรุงสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ สำหรับท่านสุภาพบุรุษนั้นจะต้องการปริมาณไฟเบอร์ที่ 38 กรัม ต่อวัน เมื่ออายุมากกว่า 50 ขึ้นไปควรบริโภคไฟเบอร์ในปริมาณ 30 กรัม อาหารที่ดำรงไปด้วยไฟเบอร์ เช่น อะโวคาโด ลูกพรุน กระเจี๊ยบ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มะพร้าว ลูกมะเดื่อ และพืชตระกูลกะหล่ำปลี เป็นต้น

     2. ดื่มน้ำให้มาก

     น้ำ เป็นยารักษาอันน่ามหัศจรรย์ นอกจากจะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายของคุณได้ฟื้นฟูจากการขาดน้ำ ซึ่งหากร่างกายของคุณขาดแคลนน้ำในปริมาณที่เหมาะสมนั้นจะส่งผลให้ลำไส้อุดตัน ดังนั้นคุณจึงควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน การดื่มน้ำเป็นประจำและมีปริมาณเพียงพอต่อร่างกายนั้นจะส่วนล้างหรือกำจัดของเสียในลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี

     3. แอปเปิ้ลไซเดอร์

     เอนไซม์ในแอปเปิ้ลไซเดอร์ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ ต่อร่างกาย กรดธรรมชาติที่พบในน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์นั้นจะช่วยคุณในการกำจัดสารพิษที่เกิดจากการอุดตันลำไส้สะสมเป็นเวลานาน
      วิธีการง่ายๆ เพียงนำน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว คนให้ส่วนผสมเข้ากัน และดื่มทุกเช้าเพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย และการเคลื่อนไหวของลำไส้

     4. น้ำลูกพรุนสกัด

     น้ำลูกพรุนสกัดเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่มีเส้นใยอาหารจำนวนมาก ซึ่งช่วยปรับปรุงการทำงานของลำไส้ และขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในลำไส้ เช่นเดียวกันกับแอปเปิ้ลไซเดอร์ คุณสามารถดื่มน้ำพรุนสกัดวันละ 1 แก้วก่อนรับประทานอาหารเช้า และอีก 1 แก้วหลังรับประทานอาหารเย็น การทำงานของลำไส้และระบบขับถ่ายของคุณจะดีและเป็นปกติมากขึ้น หลังจากนั้นคุณก็อาจจะลดปริมาณในการดื่มลงได้นะคะ

     5. น้ำมะนาว

     เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามะนาวเป็นพืชผักชนิดต้นๆ ที่มีปริมาณวิตามิน ซี สูงซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ และยังเป็นผักผลไม้ที่มีสรรพคุณครอบจักรวาล รักษาได้ตั้งแต่หัวยันเท้า นักวิจัยได้ค้นพบว่าน้ำมะนาวช่วยเสริมสร้างสุขภาพของลำไส้ให้มีประสิทธิภาพ และยังเพิ่มอัตราระดับการเผาผลาญ เมื่อระบบในร่างกายมีประสิทธิภาพดีแล้วก็จะทำให้ร่างกายสามารถกำจัดสารพิษได้ดีเช่นกัน ลองดื่มน้ำมะนาวอุ่นๆ ในตอนเช้า

     6. เมล็ดแฟลกซ์

     เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxeed) หรือเมล็ดจากต้นลินิน เป็นพืชที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายลำไส้จากการทำงานหนัก เช่นเดียวกันกับเส้นใยอาหารที่สามารถช่วยเร่งประสิทธิภาพในการกำจัดซากของเสียและสารพิษที่ตกตะกอนอยู่ภายในลำไส้ เมล็ดแฟลกซ์ 100 กรัมจะมีเส้นใยอาหารอยู่ 27 กรัม ดังนั้นลองนำเมล็ดแฟลกซ์ไปรับประทานควบคู่กับอาหารหรือขนม สำหรับวิธีการรับประทานนั้น ควรนำเจ้าเมล็ดแฟลกซ์ไปบดเสียก่อน เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่ หรือจะลองหาซื้อเมล็ดแฟลกซ์ชนิดที่บดเรียบร้อยแล้วก็สะดวกไม่น้อย จากนั้นก็นำไปโรยลงอาหารหรือขนมจานโปรดของคุณได้เลยค่ะ
     ข้อควรระวังสำหรับการรับประทานเมล็ดแฟลกซ์ก็คือ ไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปเพราะอาจจะทำให้คุณมีอาการท้องร่วงได้

     7. น้ำชาขิง

     ความเผ็ดร้อนจากขิงช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายภายในของคุณและยังทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขั้นตอนในการทำชาขิงก็ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงเตรียมขิงสดบดประมาณ 2 ช้อนชา ขมิ้นสดประมาณ 1 ส่วน 4 ช้อนชา น้ำสะอาด 5 ถ้วย นำขิงสด ขมิ้นสด ลงไปต้มในน้ำจนเดือน ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีให้ส่วนผสมกับน้ำเข้ากันดีจึงเอาลงจากเตา ในขณะที่ดื่มชาขิงนี้ คุณสามารถเพิ่มน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อยเพื่อให้ชาของคุณมีรสชาติและดื่มง่ายยิ่งขึ้น

     8. โปรไบโอติกส์

     ไปรไบโอติกส์ เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งมีความสำคัญในการกำจัดแบคทีเรียชนิดร้ายที่ทำให้ลำไส้อุดตัน โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมีจุลินทรีย์ชนิดนี้อย่างเพียงพอ แต่ก็สามารถลดลงได้จากปัจจัยหลายๆ อย่าง อาทิเช่น การใช้ยาปฏิชีวนะ เราจึงจะมาแนะนำอาหารที่มีส่วนช่วยในการสร้างเสริมโปรไบโอติกส์ในร่างกาย เช่น โยเกิร์ต ดาร์คช็อกโกแลต กะหล่ำปลีดอง ของหมักดอง ชาหมักกอมบูชา (Kombucha) และยังมีอาหารเสริมประเภทโปรไบโอติกส์อีกด้วย


      จาก 8 เคล็ดลับที่เรายกมาแนะนำในวันนี้ก็มีทั้งวิธีที่ง่ายแสนง่ายไปจนถึงวิธีที่ค่อนข้างยุ่งยาก หวังว่าผู้อ่านจะสามารถนำไปปฏิบัติใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน เพื่อสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอกนะคะ อ้อ! สำหรับเหล่าสุภาพสตรีมีครรภ์ หากคุณต้องการทำความสะอาดลำไส้ด้วยวิธีเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดนะคะ




www.healthyfoodhouse.com
www.whfoods.org
www.mensfitness.com
www.HealthyWildAndFree.com


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน