Facebook Twitter
gPlus 

Beauty tips

7 เคล็ดลับสลายไขมันบนใบหน้า

7 เคล็ดลับสลายไขมันบนใบหน้า



    เพื่อนๆ เคยสงสัยกันไหมคะว่า ทั้งๆ ที่ออกกำลังกาย และควบคุมอาหารอย่างหนักจนมีรูปร่างที่ดีแล้ว แต่ทำไมใบหน้ายังคงดูบวม ไม่สมส่วนกับลำตัว นั่นอาจเป็นเพราะว่า ยังมีไขมันบางส่วนที่อาจซุกซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าของเรา สาเหตุของการสะสมไขมันที่ใบหน้ามาจากหลายปัจจัยที่เราไม่เคยรู้มาก่อน วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการสลายไขมันที่ใบหน้ามาฝากคุณผู้อ่านกันเช่นเคยค่ะ

    1.บริหารรูปหน้า

    Facial exercises หรือการบริหารรูปหน้า เป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยปรับรูปหน้าของเราให้เข้าที่ ต่อสู่กับริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย และยังทำให้กล้ามเนื้อบริเวณโครงหน้าแข็งแรง ท่าบริหารรูปหน้าที่นิยมทำกันเป็นส่วนมากก็มีหลากหลายให้เพื่อนๆ ได้เลือกตามความถนัด เช่น ท่า puffing out หรือการอมลมไว้ที่แก้ม และผลักลมไปที่แก้มซ้าย และขวา และท่า puckering lips หรือการเกร็งใบหน้าด้วยการยิ้ม และขบเม้มฟันให้แน่น หากทำเป็นประจำทุกวัน กล้ามเนื้อที่ใบหน้าก็จะแข็งแรงขึ้น ไขมันส่วนเกินก็จะค่อยๆ หายไป

    2.หมั่นคาร์ดิโอเป็นประจำทุกวัน

    ในบางครั้ง ไขมันที่สะสมภายใต้ใบหน้าของเราก็อาจเป็นผลมาจากไขมันส่วนเกินที่ตกค้างในร่างกายได้ด้วยเช่นกัน การลดน้ำหนักจะช่วยเผาผลาญไขมันทำให้ทั้งรูปร่าง และรูปหน้าดูเรียวเล็กลง สมส่วนมากยิ่งขึ้น การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ้ หรือการออกกำลังกายแบบแอโรบิกนั้นจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ระบบเผาผลาญ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง มีทั้งการวิ่ง เดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือ HIIT มีงานศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ที่ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอสามารถลดไขมันได้ในปริมาณมากขึ้น

    3.ดื่มน้ำให้มาก

    แม้จะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่า แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าน้ำเปล่ากลับเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์กับร่างกายของมนุษย์อย่างมาก การดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่เพียงพอต่อวันยังช่วยให้เรารู้สึกอิ่ม ไม่หิวง่าย และเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี เพื่อนๆ รู้มั้ยคะว่า เมื่อร่างกายมีปริมาณน้ำหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ การกักเก็บน้ำ (fluid retention) ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการบวมน้ำที่ใบหน้าก็จะลดลงอีกด้วย ทำให้ใบหน้าของเราดูเรียวขึ้นนั่นเอง

    4.จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    สายดื่ม สายเมา สายปาร์ตี้ทั้งหลาย เมื่อได้อ่านข้อนี้คงต้องเพิ่มลิมิตกันมากขึ้น เพราะแอลกอฮอล์เปรียบเสมือนตัวร้ายที่เป็นสาเหตุของไขมันบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูบวมจนหยุดไม่อยู่ นอกจากจะมีแคลอรี่สูงแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังมีคุณค่าทางโภชนาที่ต่ำมากเช่นเดียวกัน ฉะนั้น ก่อนที่จะยกแก้วขึ้นดื่มก็อย่าลืมตระหนักรู้กันอยู่เสมอนะคะ หากอยากมีใบหน้าสมส่วนได้รูปก็ควรลดปริมาณแอลกอฮอล์ให้น้อยลงจะดีที่สุด อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย

    5.เลือกบริโภคธัญพืชที่มีประโยชน์

    คาร์โบไฮเดรตขัดสี หรือ Refined carbs ชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล หรือธัญพืชขัดสีที่นำมาทำเป็นเค้ก คุกกี้ แครกเกอร์ เส้นพาสต้าล้วนเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่ำเนื่องจากผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน เหลือไว้เพียงแต่ไขมัน และแคลอรี่ อีกทั้งยังย่อยง่าย หิวเร็วทำให้เพื่อนๆ อ้วนขึ้นอย่างไม่รู้ตัว นอกจากไขมันที่สะสมอยู่บริเวณหน้าท้องแล้ว ใบหน้าของเราก็เป็นแหล่งซุกซ่อนไขมันชั้นดีอีกเช่นเดียวกัน ฉะนั้น เพื่อนๆ จึงควรเลือกรับประทานธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี (whole grains) ทำให้มั่นใจได้ว่าร่างกายจะได้รับคุณประโยชน์เต็มๆ

    6.ปรับเปลี่ยนตารางเวลาการนอนหลับ

    การนอนหลับพักผ่อน นอกจากจะช่วยซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอแล้ว ยังช่วยจัดการกับไขมันที่สะสมอยู่ภายใต้ใบหน้าของเราได้อีกด้วย การอดหลับอดนอนจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) มากยิ่งขึ้น ระบบเผาผลาญทำงานได้น้อยลง เกิดการกักเก็บไขมัน และน้ำมันตัวเพิ่มมากขึ้น เพื่อนๆ จึงควรจัดการกับภาระงานให้เสร็จสิ้น และจัดสรรเวลานอนพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน

    7.ลดโซเดียมในอาหาร

    โซเดียม เป็นแร่ธาตุที่ได้จากแหล่งวัตถุดิบธรรมชาติ ทั้งเกลือ อาหารทะเล และผักบางชนิด หากได้รับในปริมาณที่พอดีก็จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ถ้าบริโภคโซเดียมมากเกินไปก็จะเป็นสาเหตุของอาการบวมน้ำ ทั้งใบหน้า และลำตัว เนื่องจากโซเดียมจะทำให้ร่างกายของเรากักเก็บน้ำไว้ในปริมาณมาก ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปต่างๆ ทั้งแฮม ไส้กรอก เบคอน หรืออาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน และเลือกรับประทานอาหารปรุงสุก ลดปริมาณโซเดียมให้น้อยลงก็จะช่วยบรรเทาอาการบวมได้ดี

     การสลายไขมันที่ใบหน้านั้น นอกจากจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลงแล้ว ยังทำให้ใบหน้าของเพื่อนๆ ดูอ่อนเยาว์ ไร้ริ้วรอย โกงอายุได้หลายปีจนคนรอบข้างสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างแน่นอนค่ะ ด้วยเคล็ดลับทั้ง 7 ข้อ หากทำเป็นประจำทุกวัน รับรองว่าเพื่อนๆไม่จำเป็นต้องพึ่งคอร์สยกกระชับใบหน้าราคาแพงอีกต่อไป


Source: www.healthline.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน