ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

“ดื้อโบ” เกิดขึ้นแล้วในเมืองไทย ทำยังไงถึงจะไม่ดื้อโบ



    ปัจจุบันการเดินเข้าคลินิกเสริมความงาม กลายเป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป เพราะใบหน้าและผิวพรรณที่แลดูสุขภาพดี จะช่วยเสริมบุคลิกภาพที่ดีและความมั่นใจต่อตัวบุคคลด้วย โดยหนึ่งในวิธีเสริมความงามที่เป็นที่นิยมของสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ไทยก็คือ การใช้ “โบทูไลนุ่ม ท็อกซิน” หรือที่เรียกกันสั้น ๆ “โบ” ที่ช่วยในเรื่องของการลดริ้วรอย ปรับใบหน้าให้กระชับเข้ารูป เสริมความมั่นใจให้กับสาวๆ และด้วยความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นจึงทำให้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน มีตัวเลือกที่หลากหลาย และด้วยราคาที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้บริโภคหลายคนตัดสินใจเลือกเข้ารับบริการโดยที่ยังไม่ทันได้ศึกษาให้ดี สุดท้ายจึงนำไปสู่ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการ “ดื้อโบ”

    เมิร์ซ เอสเธติกส์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมความงามจากเยอรมัน จึงได้เรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาตราจารย์ ดอกเตอร์ ไมเคิล มาร์ติน นักภูมิคุ้มกันวิทยา จากมหาวิทยาลัย Giessen ประเทศเยอรมนี และ ดอกเตอร์ เจอร์เกน เฟรเวิร์ต นักวิทยาศาสตร์ด้านชีวเคมีจากบริษัท Merz Healthcare ประเทศเยอรมนี หัวหน้าทีมผู้คิดค้นวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โบเยอรมัน มาร่วมแชร์ 4 วิธีสังเกตุพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเรากำลัง “ดื้อโบ” และวิธีป้องกัน

    จากผลการสำรวจ ‘พฤติกรรมการรับบริการฉีดโบทูไลนุม ท็อกซิน ในกลุ่มตัวอย่างชายและหญิงไทย’ โดย NUMBERS 10 RESEARCH พบว่า ใน 1 ปี มีผู้รับบริการโบทูไลนุม ท็อกซิน ประมาณ 3,500,000 คน ต่อปี และมีอัตราส่วนของคนในกลุ่มอายุ 25 – 29 มากที่สุด คือ 36%[1] ขณะที่ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ทำการสำรวจโดยวิธีการออนไลน์ ในแพทย์จากคลินิกความงาม จำนวน 107 คน เมื่อเดือนเมษายน ปีที่ผ่านมา พบว่าแพทย์ 8 ใน 10 คน เคยพบคนไข้ที่มีอาการดื้อโบมาแล้ว โดยอาการ คือ เกือบ 90% ผลการรักษาไม่เหมือนเดิม และ มากกว่า 60% แพทย์ใช้วิธีการเปลี่ยนแบรนด์[2] จากสถิติข้างต้นจะเห็นได้ว่า คนไทยเริ่มเข้าสู่การใช้โบทูไลนุม ท็อกซิน เร็วขึ้น และแพทย์ยังพบคนไข้ที่มีอาการดื้อโบมากขึ้นด้วย เพื่อเป็นการแก้ไขแต่เนิ่นๆ เราจะมาดู 4 วิธีสังเกตพฤติกรรมร่างกาย อาการแบบไหนที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเรากำลัง “ดื้อโบ” เพื่อหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วนกัน

    1. ใช้ปริมาณยาเท่าเดิม แต่เห็นผลไม่เท่าเดิม หรือเห็นผลน้อยกว่าที่ผ่านมา พฤติกรรมนี้เป็นสัญญาณบอกเหตุอาการเริ่มต้นของการ “ดื้อโบ” ที่แสดงให้เห็นว่า ร่างกายของเราได้มีการผลิตสารขึ้นมาเพื่อต่อต้าน โบทูไลนุ่ม ท็อกซิน จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ที่น้อยลง ไม่เหมือนครั้งแรกที่ทำ

    2. ต้องเพิ่มปริมาณยา ถึงจะเห็นผลเท่าเดิม หลายครั้งที่หลังจากใช้ปริมาณยาเท่าเดิม แต่ผลลัพธ์กลับน้อยกว่า แพทย์จึงได้แนะนำให้เพิ่มปริมาณยาเพื่อคงผลลัพธ์ให้เท่าเดิมเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งวิธีนี้ ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เนื่องจากหากเรายิ่งเพิ่มปริมาณยา อาจจะยิ่งทำให้ร่างกายผลิตสารออกมาเพื่อต่อต้านมากยิ่งขึ้น และอาการดื้อโบ ก็จะยิ่งมากขึ้นด้วย

    3. ต้องกลับมาเติมบ่อยขึ้น ถึงจะเห็นผลเท่าเดิม แน่นอนว่า การกลับมาเติมสารบ่อยครั้งอาจจะทำให้ทุกคนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น แถมพฤติกรรมนี้ก็ไม่ต่างจากการเพิ่มปริมาณยา ที่จะยิ่งทำให้ร่างกายผลิตสารต่อต้านมากยิ่งขึ้น จนสุดท้ายแล้ว อาจส่งผลให้ร่างกายไม่ตอบสนองต่อตัวยาและไม่แสดงผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง

    4. เติมแล้วไม่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงใด ๆ บอกเลยว่า หากใครที่ได้ลองมาเติมอีกครั้งแล้วไม่เห็นผล หรือต่อให้เปลี่ยนตัวยาก็แล้ว เพิ่มปริมาณก็แล้ว ทำยังไงผิวหน้าของเราก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อาการลักษณะนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า “คุณได้เกิดการดื้อโบแบบสมบูรณ์” ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลารักษาค่อนข้างนานกว่าจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ สาว ๆ และหนุ่ม ๆ จึงควรป้องกันไม่ให้เกิดอาการดื้อโบตั้งแต่ต้นจะดีที่สุด

    รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีป้องกันการเกิดอาการดื้อโบ ไว้ว่า “การดื้อโบ โดยทั่วไปไม่ได้อันตรายถึงชีวิต เพียงแต่จะทำให้เวลาที่เราให้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน นั้น ร่างกายจะไม่แสดงผลลัพธ์ออกมาเท่าที่ควรหรืออาจจะไม่แสดงผลเลย ซึ่งมีผลต่อการรักษาโรคต่างๆ เมื่อเราอายุมากขึ้น อาทิ ภาวะความผิดปกติที่เกิดจากการทำงานมากเกินของกล้ามเนื้อ อาการปวดศีรษะแบบไมเกรน โรคคอบิด หรืออาการหน้ากระตุก เป็นต้น แถมในด้านความสวยความงามอาจจะทำให้หลายท่านต้องเสียเงินและเวลาฟรี แต่ก็ยังมีวิธีแก้ไข นั่นคือการหยุดใช้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน เป็นเวลานาน จนกว่าร่างกายจะหยุดหรือลดการผลิตสารต่อต้านลง หรือสำหรับใครที่เพิ่งจะมีอาการดื้อโบในระยะเริ่มแรก ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน ที่มีความบริสุทธ์สูง โดยสามารถสอบถามแพทย์ที่เราเข้ารับการบริการได้ วิธีนี้จะทำให้ไม่เกิดการกระตุ้นสารที่ร่างกายผลิตออกมาเพื่อต่อต้าน และเมื่อเวลาผ่านไปสารที่ต่อต้านในร่างกายก็จะลดการผลิตลงด้วย ทั้งนี้ หมออยากแนะนำให้ทุกคนกันไว้มากกว่าหาวิธีแก้ไข โดยต้องรับบริการกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น รับบริการแต่พอดี ไม่ควรเกินปีละ 3 - 4 ครั้ง ใช้ปริมาณยาที่พอประมาณ ไม่ควรเกินครั้งละ 100 ยูนิต แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรเลือกโบทูไลนุ่ม ท็อกซินที่มีขนาดโมเลกุลเล็กและบริสุทธิ์ มีความปลอดภัยสูง เพื่อลดโอกาสของการผลิตสารต่อต้าน และเห็นผลลัพธ์ได้ดีที่สุด”

    อย่าง “โบเยอรมัน By Merz Aesthetics” นวัตกรรมคุณภาพระดับพรีเมี่ยมจากเยอรมัน ผลิตในประเทศเยอรมนี ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยการขึ้นทะเบียนในสหรัฐอเมริกาและมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทย ผ่านการคิดค้นวิจัยและพัฒนาให้ได้มาซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะ คือมีโมเลกุลขนาดเล็กและบริสุทธิ์ ปราศจากคอมเพล็กซิ่งโปรตีนที่อาจตกค้างสะสมในร่างกาย จึงออกฤทธิ์อย่างเฉพาะเจาะจง มอบความสวยได้รวดเร็วและยังรู้สึกเป็นธรรมชาติ แสดงอารมณ์ได้อย่างเต็มที่ และจากงานวิจัยยังพบว่าการใช้โบเยอรมันต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานนั้น มีโอกาสก่อให้เกิดการดื้อโบ ต่ำ เนื่องจากเป็นสูตรที่ปราศจากคอมเพล็กซิ่งโปรตีน จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับความงามแบบเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องกังวลเรื่องอาการดื้อ หรือไม่เห็นผลหลังการใช้ ช่วยลดโอกาสการดื้อโบในอนาคตได้




MerzAestheticsThailand

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: