ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

5 วิธีแปลงกายเป็นสาวหวาน ในชั่วโมงเร่งด่วน



     เดือนแห่งเทศกาลฉลองปีใหม่ผ่านไปแล้ว เดือนแห่งเทศกาลของความรักตามมาติดๆ หลายคนอาจได้ลงมือทำอะไรใหม่ๆ เป็นของขวัญให้ตัวเองกันไปแล้ว แต่หลายคนอาจยังหัวฟูกับงานกองพะเนิน ไม่ก็การบ้านกองโต จนยังโงหัวไม่ขึ้น

     เอาน่า... เติมลูกฮึดให้ตัวเองอีกครั้ง ฉุดตัวเองขึ้นยืนมองกระจกทันทีที่เห็นภาพสะท้อนตรงหน้าแล้วเผลอสะดุ้งเฮือก หรือชะงักงันไปแม้เพียงเสี้ยววินาที ขอแนะนำให้รีบหาเรื่องหวานๆ ใส่ตัวให้เร็วที่สุด ก่อนที่กลิ่นเปรี้ยวๆ จะโชยออกมาให้คนรอบข้างผงะ

     ถ้าพูดถึงความสวย คนอยากสวยก็แค่เดินไปให้หมอศัลยกรรม ทำคิ้วถาวร กรีดตาสองชั้น เหลาคาง รีดไขมัน หรือเลยเถิดถึงขั้นตัดแต่งซี่โครงเพื่อให้เอวคอดกิ่ว... อันนี้ไม่ยากเพราะมันเป็นเรื่องของร่างกายล้วนๆ

      แต่ถ้าพูดถึงความหวาน คนอยากหวานไม่สามารถเดินไปให้หมอศัลยกรรมทำยิ้มถาวร กรีดแววตาอ่อนโยน หรือยัดซิลิโคนหัวใจแจ่มใส... อันนี้ยากมาก ยากที่สุด ยากจนถึงขั้นหมอเทวดาก็ทำศัลยกรรมให้ไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของจิตใจล้วนๆ 

   1. ถูกแพงไม่รู้ ขอชมพูไว้ก่อน

หน้าใส ผิวผ่อง อมชมพูเรื่อๆ เป็นความสวยแบบธรรมชาติที่มองแล้วเพลินตา เพลินใจ คนที่เข้าข่ายหน้าไม่ให้แต่ใจรัก จึงมักพึ่งเครื่องสำอางปกปิดริ้วรอยหรือเนรมิตแก้มเปล่งปลั่งเกินจริง ไม่ก็แต่งหน้าแต่งตาเข้มราวกับนางแบบแมกกาซีน จนดูเหมือนใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา

ในอารมณ์ที่อยากจะเป็นสาวหวาน อย่างแรกเลย ขอแนะนำให้ลอกคราบเครื่องสำอางหนาๆ ออกให้เกลี้ยง จะเป็นรองพื้นอย่างหนา คิ้มสีเข้ม อายชาโดว์เป็นชั้นๆ ที่เปลือกตา บลัชออนที่แดงเป็นไส้ซาลาเปาหรือลิปสติกสีสดเป็นเลือด ฯลฯ

ลองเก็บเฉดสีเก่าใส่ลิ้นชัก แล้วเปลี่ยนมาใช้แป้งเด็กเนื้อบางเบา บลัชออนสีชมพูอ่อน กับลิปสติกสีชมพูใสแค่แท่งเดียว หรือจะแถมน้ำยาอุทัยทิพย์แตะแก้มเบาๆ สักนิดก็ยังได้้ถ้ารู้สึกว่าหน้าซีดเป็นน้องไก่ต้มเกินไป มองกระจกดีๆ แล้วจะพบว่าเปลือกเก่าๆ บนใบหน้าถูกกะเทาะออกไปแล้ว ใครคนใหม่กำลังจะเผยโฉมในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว 

   2. ยิ้มจากหัวใจ

อย่าเพิ่งขยับไปไหน ยืนอยู่หน้ากระจกนั่นแหละขั้นตอนต่อไปเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดในโลก ยิ้มสิจ๊ะ.... ยิ้มสบายๆ แบบที่เขาเรียกว่าระบายยิ้มอ่อนๆน่ะ อย่าฉีกยิ้ม อย่าตั้งใจยิ้มกว้างเกินเหตุ และอย่าล็อคสเปกรอยยิ้มอย่างที่เขาเรียกว่ายิ้มค้าง ถ้ายิ้มแบบนี้จะเกิดอาการเมื่อยปากได้ง่ายๆ เดี๋ยวจะพาลขี้เกียจยิ้มไปซะอีก

ถามตัวเองง่ายๆ ว่าระหว่างสวยหล่อบาดใจแต่เป็นเสือยิ้มยาก กับคนหน้าตาธรรมดาแต่ยิ้มเก่งชะมัด เราจะส่งยิ้มและเอ่ยปากทักใครก่อนกัน

ถ้าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ รอยยิ้มก็คงเป็นเหมือนประตูของหัวใจเช่นกัน ถึงจะยิ้มด้วยกันทั้งคู่แต่ยิ้มที่ปาก เห็นก่อนและชัดเจนกว่ายิ้มที่ตา ว่าแต่ว่าตอนนี้คุณเห็นใครคนใหม่ที่หน้าหวานใสสบายตาชวนมองในกระจกแล้วใช่ไหม 

   3. ปล่อยผมเป็นอิสระสักวัน

หน้าสวยใสยิ้มกระจ่างแล้ว อย่าปล่อยให้ผมแข็งเป็นตังเม ใครที่ชอบใส่ครีมหรือโปะเจลหนาเตอะ วันนี้ตัดใจบอกลาสักวัน แล้วลองปล่อยผมตามธรรมชาติ

ถ้าสยายแล้วสลวยก็แทบไม่ต้องจัดการอะไรอีก แต่ถ้าสยายแล้วออกแนวสยอง หรือพองฟูเกินควบคุม ก็แค่รวบผมง่ายๆ จะเปาะเดียวเป็นเปีย ก็แล้วแต่ความสามัคคีของเส้นผม แต่ถ้ายังไม่มั่นใจในตัวเอง จะอาศัยโรลไฟฟ้าแต่งผมลอนอ่อนๆ ก็ไม่ว่ากัน เน้นนะว่า ลอนอ่อนไม่ใช่ลอนเป็นเกลียวแข็งเหมือนสายโทรศัพท์ 

  4. เสื้อผ้าโทนสีอ่อน

จะเป็นสาวหวานทั้งตัวทั้งที เสื้อสูทสีเข้ม เสื้อแดงแรงฤทธิ์ ชุดเปรี้ยวเข็ดฟัน หรือเดรสจับจีบแข็งเป็นแพ ถึงจะใส่เป็นประจำ แต่นาทีนี้คงต้องเก็บใส่ตู้ไว้ก่อน เลือกใส่เสื้อโทนสีอ่อนเย็นตา จะขาว ฟ้า ชมพู เขียว เหลือง ก็ขอให้คุมโทนอ่อนๆ เข้าไว้ ไม่ต้องถึงกับอ่อนจนซีด แค่ไม่ให้สีเสื้อแยงตาคนมองรวมถึงแบบเสื้อก็เน้นสไตล์ Casual หรือแบบลำลอง จะลายทาง ลายขวาง หรือลายดอก กติกาเดียวกับการคุมโทนสี คืออย่าเด่นอย่าแรงจนความหวานบนใบหน้าถูกแย่งความสนใจ

ในที่นี้ยังไม่รวมไปถึง Accessories ทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอ กำไล เข็มขัด กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ ก็น่าจะเลือกแบบที่ไปกันได้กับสไตล์ Casual เช่นกัน ไม่อย่างนั้น 3 ข้อแรกที่ลงมือทำมาก็หมดความหมาย 

   5. คิดหวาน พูดหวาน

จะเป็นสาวหวานทั้งที ต้องหวานทั้งกายและใจ อุตส่าห์แปลงโฉมภายนอกจนเป็นสาวหวานเต็มตัวแล้ว จะให้ครบสูตรต้องหวานไปถึงภายในด้วย จะสวยหวานแค่ไหน ถ้าคุยโขมงด้วยภาษาพ่อขุนรามคำแหงกลางสยามฯ แถมยังสูบบุหรี่ปุ๋ยๆ อีกต่างหาก จะเรียกเต็มปากได้ไงว่าหนูเป็นสาวหวาน ไม่ต้องถึงกับคลานเข่า พูดเจ้าคะเจ้าขา นาทีละ 10 ครั้ง ขอแค่พูดเพราะ ไม่สบถ โวยวาย แค่นี้ก็พร้อมออกงานได้แล้ว


ที่มา .. นิตยสาร centerpoint

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: