Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

7 เคล็ดลับดูแลสุขภาพช่วงปลายฝนต้นหนาว ป้องกันไข้หวัด

7 เคล็ดลับดูแลสุขภาพช่วงปลายฝนต้นหนาว ป้องกันไข้หวัด



     ย่างเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวเข้ามาทุกที ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนไปอย่างมาก มีฝนตกทั่วทุกพื้นที่ อากาศค่อนข้างเย็นในช่วงเช้า และมีแดดจัดในตอนกลางวัน สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือไข้หวัดเมื่อร่างกายอ่อนแอ เราจึงได้นำเคล็ดลับง่ายๆ ในการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเพื่อต่อสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงมาฝากเพื่อนๆ ผู้อ่านกันอีกเช่นเคยค่ะ เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันไข้หวัดอย่างเดียวเท่านั้น เคล็ดลับทั้ง 7 ข้อนี้จะทำให้ระบบในร่างกายของเพื่อนๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยป้องกันอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ได้อีกด้วย!

    1. Eat whole foods

    เราเชื่อว่า เพื่อนๆ คงรู้จัก Organic foods กันเป็นอย่างดี แล้ว Whole foods ล่ะ คืออะไร? หากเราทาน Organic foods เพื่อให้มีสุขภาพดี Whole foods ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีไม่แพ้กันเลยทีเดียวค่ะ เพราะ Whole foods ที่เราพูดกันนั้นก็คือ อาหารแบบเต็มส่วนที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือแปรรูปใดๆ เพื่อคงคุณภาพและประโยชน์เอาไว้อย่างครบถ้วน เช่น แอปเปิ้ล แครอท ถั่วและธัญพืชต่างๆ ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์นานาชนิด อีกทั้งยังหมายถึงคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ซึ่งอาหารเหล่านี้จะช่วยปกป้องระบบภูมิคุ้มกันของเราให้ทำงานได้ดี ต่อต้านไข้หวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    2. Exercise

    การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ขาดไม่ได้หากคุณต้องการกำจัดอาการป่วยให้หมดไป การออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30-40 นาทีจะช่วยให้อวัยวะและการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกับระบบภูมิคุ้มกันที่จะช่วยกำจัดแบคทีเรียและเชื้อโรคให้ห่างตากตัวเราช่วยลดความถี่ในการเป็นไข้หวัดได้ดี เพื่อนๆ สามารถเลือกวิธีการออกกำลังกายที่ถนัดที่สุดได้ตามใจชอบ

    3. Get plenty of sleep

    การนอนหลับพักผ่อนก็คือกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายของเราได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่การนอนหลับให้เพียงพอก็ไม่ได้มีแค่ประโยชน์อย่างเดียวเท่านั้น เมื่อคุณได้นอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมงขึ้นไปติดต่อกัน ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายก็จะทำงานได้ดีขึ้นและเหมาะสม อีกทั้งยังทำให้สมองปลอดโปร่ง หลีกเลี่ยงภาวะน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ด้วย กำไรเห็นๆ!

     4. Get lots of vitamin D

    เราคงคุ้นเคยกับข้อเท็จจริงที่ว่า วิตามิน C มีส่วนช่วยป้องกันไข้หวัดในแบบต่างๆ ซึ่งวิตามิน D เองก็ไม่น้อยหน้าเลยทีเดียว เพราะมันจะช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกันของเพื่อนๆ ให้มีประสิทธิภาพ และบรรเทาอาการไข้หวัดจนไม่เหลือหลอ การได้รับวิตามิน D ให้เพียงพอนั้นก็มีหลายวิธี เช่น ออกมารับแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้า แต่สำหรับเมืองไทยบ้านเราที่มีแดดค่อนข้างแรงซึ่งอาจจะทำให้ผิวเสียและเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง เพื่อนๆ สามารถทานอาการเสริมประเภทวิตามิน D หรือไข่แดง นม และปลาบางชนิดก็ได้เช่นเดียวกัน

    5. Reduce stress levels

    ความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอ และมีอาการป่วยบ่อยยิ่งขึ้น เพื่อนๆ จึงไม่ควรให้ความเครียดเข้ามาครอบงำหรือมีอิทธิพลมากจนเกินไปนัก วิธีผ่อนคลายความเครียดมีมากมาย เพื่อนๆ สามารถเลือกทำได้ตามสะดวก ทั้งการเข้าคลาสเรียนโยคะ อาบน้ำอุ่นก่อนเข้านอน หรือจะเป็นการเดินทางไปเที่ยวระยะสั้นๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและได้สัมผัสธรรมชาติ

    6. Take a Multivitamin

     นอกจากการรับประทานวิตามินชนิดต่างๆ ตามความต้องการแล้วก็ยังมีเจ้ามัลติวิตามิน (multivitamin) หรือวิตามินรวม ซึ่งประกอบไปด้วยวิตามินหลากชนิดที่ร่างกายของเราต้องการในแต่ละวัน ช่วยรักษาในกรณีที่ร่างกายได้รับวิตามินไม่เพียงพอจนเกิดเป็นอาการป่วย เช่น ไข้หวัด เป็นต้น แต่มีข้อแนะนำว่าควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองเพื่อความปลอดภัยและควรปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์หรือบนฉลากอย่างเคร่งครัด

    7. Avoid sugar

     เพื่อนๆ คนไหนที่โปรดปรานขนมหวานหรืออาหารรสหวานก็ควรต้องหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณลงสักนิด เนื่องจากน้ำตาลสามารถทำให้ระบบการทำงานในร่างกายของเราแปรปรวนได้หากรับประทานมากเกินไป เช่นเดียวกับระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้เพื่อนๆ ป่วยหรือเป็นไข้หวัดได้ง่าย เพียงลดอาหารหรือขนมที่มีรสชาติหวานเกินให้น้อยลงและควรศึกษาส่วนผสมข้างผลิตภัณฑ์อาหารก่อนรับประทานทุกครั้ง

      อีกเพียงไม่กี่อึดใจ เราก็จะได้สัมผัสกับลมหนาวกันอย่างจุใจ ฉะนั้นรีบมาฟิตร่างกายให้แข็งแรงปลอดโรค เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการออกไปเที่ยวผจญภัยในช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงกันอย่างสนุกสนานดีกว่า! นอกจากนี้อย่าลืมล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น และใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจากตนเอง รักษาความสะอาดของบ้านเราอยู่เสมอเพื่อช่วยป้องกันโรคอีกทางหนึ่ง




www.davidwolfe.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน