Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

มาทำความรู้จัก “โรคน้ำกัดเท้า” ให้มากขึ้น พร้อมวิธีดูแลรักษาเบื้องต้น!

มาทำความรู้จัก “โรคน้ำกัดเท้า” ให้มากขึ้น พร้อมวิธีดูแลรักษาเบื้องต้น!



     ถึงแม้ว่าจะมีการพยากรณ์อากาศออกมาแล้วว่าประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในบางพื้นที่ก็ยังคงมีฝนตกโปรยปราย และมีน้ำท่วมขังค่อนข้างมากเลยทีเดียว หากพูดถึงการดูแลสุขลักษณะในช่วงนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะมักจะมีโรคที่แฝงมากับน้ำสกปรกอยู่เสมอ และโรคที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็คือ “โรคน้ำกัดเท้า” หรือฮ่องกงฟุต (athlete’s foot) นั่นเองค่ะ วันนี้ Thaiza จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคน้ำกัดเท้า พร้อมทั้งวิธีง่ายๆ ในการรักษาและกำจัดโรคดังกล่าวให้หายไปจากเท้าของเรากันค่ะ

    โรคน้ำกัดเท้าเกิดจากการที่ผิวหนังบริเวณเท้าของเราติดเชื้อรา และมักจะเกิดขึ้นบริเวณง่ามเท้ามากกว่าส่วนอื่นๆ ของเท้า สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้คนทุกเพศทุกวัย โดยมีสาเหตุหลายประการ เช่น การเดินเท้าเปล่าในบริเวณพื้นที่อับชื้น มีน้ำขัง ล้างเท้าไม่สะอาดหรือไม่เช็ดให้แห้ง ใช้บริการทำเล็บด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ สวมถุงเท้าซ้ำหรือรองเท้าที่อับชื้น ไม่ถ่ายเทอากาศ และยังรวมไปถึงภาวะระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอได้อีกด้วย เมื่อโรคน้ำกัดเท้าเกิดขึ้นกับเท้าของคุณ แน่นอนว่าคุณจะต้องประสบกับความคัน ผิวหนังบวม รู้สึกเจ็บเป็นบางครั้ง ผิวหนังแห้ง ตกสะเก็ด มีจุดแดง มีกลิ่นแปลกปลอมจากเท้า เป็นต้น

     จริงอยู่ที่ว่าผิวหนังบริเวณเท้าของเรานั้นจะค่อนข้างหนากว่าส่วนอื่นๆ แต่หากดูแลไม่ดีก็มีสิทธิ์ติดเชื้อได้ง่าย เราไปดูกันดีกว่าว่าเคล็ดลับในการดูแลผิวหนังบริเวณเท้าให้ปราศจากโรคต่างๆ มีอะไรบ้าง

    1. ล้างทำความสะอาด และเช็ดให้แห้ง

    การรักษาสุขอนามัยเท้าเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม การทำความสะอาดเท้าในแต่ละครั้งควรล้างให้สะอาดและเช็ดให้แห้งอยู่เสมอเพื่อป้องกันความอับชื้นและเชื้อรา นอกจากนี้เพื่อนๆ ยังควรใช้ผ้าเช็ดที่สะอาด ไม่ควรใช้มีดโกน ผ้า ถุงเท้า หรือรองเท้าร่วมกับผู้อื่น ใส่รองเท้าและถุงเท้าที่สะอาด หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่คับเกินไปและใส่รองเท้าแตะเสมอเมื่อต้องใช้บริการห้องอาบน้ำสาธารณะ

    2. ใช้น้ำมันหอมระเหย

    พืชสมุนไพรบางชนิดจะมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากสมุนไพรบางชนิดอย่าง ออริกาโน่ ต้นทีทรี อบเชย ผักชีลาว และกานพลู สามารถนำมาใช้รักษาโรคน้ำกัดเท้าได้เช่นเดียวกัน เพียงนำน้ำมันออริกาโน่และน้ำมันทีทรีอย่างละ 2 หยด ผสมควบคู่กับน้ำมันตัวพา (carrier oil) เช่น น้ำมันมะพร้าว 1 หยด ใช้ช้อนคนให้เข้ากันและนำมาทาบริเวณเท้าที่เกิดอาการ วันละ 1-2 ครั้ง ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

    3. มาทำครีมรักษาเชื้อราใช้เองกันเถอะ

    นอกเหนือจากครีมรักษาเชื้อราที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปแล้ว เรายังสามารถทำครีมเหล่านี้ใช้เองได้ด้วยส่วนผสมเพียง 3 ชนิดเท่านั้น อันดับแรกคือการจัดตรียมส่วนผสมทั้งดินเบนโทไนต์ (bentonite clay) ผงอบเชย และพริกป่นคายเยน (cayenne pepper) นำมาผสมให้เข้ากันและใช้พอกบริเวณที่เกิดโรค จะช่วยฆ่าเชื้อและบรรเทาอาการอักเสบได้ดี ดินเบนโทไนต์จะช่วยดูดซึมเชื้อราและสารพิษในร่างกาย ส่วนเครื่องเทศทั้ง 2 ชนิดจะช่วยยับยั้งการติดเชื้อได้ดี สามารถนำมาพอกได้วันละ 1-2 ครั้ง ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเช็ดให้แห้งเช่นเดิม

    4. เสริมเกราะป้องกันให้กับระบบภูมิคุ้มกัน

    ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่ไม่แข็งแรงจะเป็นปัจจัยสำคัญให้ผิวหนังของเราติดเชื้อได้เช่นเดียวกัน เราจึงควรเสริมเกราะป้องกันให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ เครียดให้น้อยลง และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น อาหารที่มีโพรไบโอติกส์ (probiotics) ซึ่งเป็นเชื้อจุลินทรีย์มีชีวิตที่มีประโยชน์ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง และกระเทียม ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยกำจัดเชื้อราได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกันค่ะ

     สุขภาพเท้าก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เราจึงต้องใส่ใจดูแลเป็นพิเศษไม่แพ้ร่างกายส่วนอื่นๆ นอกจากนี้เรายังควรหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดโรค เพื่อสุขอนามัยที่ดีสูงสุดนั่นเอง




www.davidwolfe.com
www.healthline.com
www.harrmor.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน