Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

“โรคกินไม่หยุด” (Binge Eating Disorder) คืออะไร? ใครบ้างที่เข้าข่าย!?

“โรคกินไม่หยุด” (Binge Eating Disorder) คืออะไร? ใครบ้างที่เข้าข่าย!?



     วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ผู้อ่านทุกท่านมารู้จักกับ “Binge Eating Disorder” หรือโรคพฤติกรรมการกินผิดปกติ นั่นเองค่ะ เพื่อนๆ คนไหนที่ชื่นชอบการกินหรือหยุดกินไม่ได้ต้องรีบมาอ่านด่วนว่าตนเองเข้าข่ายโรคดังกล่าวหรือไม่ The National Eating Disorders Association ได้ขยายความลักษณะโรคชนิดนี้ไว้ว่าเป็นอาการที่ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการกินได้ มีความอยากอยู่ตลอดเวลา และกินอาหารในปริมาณครั้งละมากๆ ทำให้รู้สึกผิด รู้สึกแย่กับตนเองในภายหลัง โดยที่ไม่สามารถหาทางออกได้แต่กลับกินมากขึ้นกว่าเดิม

     สาเหตุของโรค Binge Eating Disorder สามารถเกิดจากพันธุกรรมหรือปัจจัยภายนอกต่างๆ ก็ได้ เช่น ความเครียด ความกังวลในเรื่องรูปร่างไปจนถึงโรคซึมเศร้า พฤติกรรมลดน้ำหนักที่ไม่ถูกต้องทำให้กินมากกว่าเดิมและปัญหาที่รายล้อมอยู่รอบตัวทั้งปัญหาครอบครัว หรือเรื่องราวฝังใจในวัยเด็ก แล้วใครบ้างที่เข้าข่ายโรคดังกล่าวนี้?

     เนื่องจากโรคกินผิดปกติมักมีโอกาสเกิดขึ้นกับผู้หญิงในช่วงวัยรุ่นตอนปลายได้มากกว่าผู้ชาย โดยมีแนวโน้มที่จะเริ่มต้นมาจากโรคคลั่งผอมและเป็นกลุ่มที่มีอารมณ์แปรปรวนอยู่บ่อยครั้งจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการกิน กินจุบจิบได้ตลอดเวลาหรือมักจะให้รางวัลตนเองด้วยการกินอยู่เสมอ หากปล่อยไว้นานเกินไปโดยไม่รักษาก็จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัญหาต่างๆ ทีเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เป็นต้น หากเพื่อนๆ คนไหนรู้สึกว่าตนเองมีลักษณะเข่าข่ายตามที่เราได้บรรยายไปก่อนหน้านี้แล้วล่ะก็ ลองมาดูวิธีการรักษาเบื้องต้นกันดีกว่าค่ะ!

    1.เริ่มต้นด้วยการบำบัด

    วิธีการรักษาหรือบำบัดที่มีประสิทธิภาพจะช่วยรักษาโรคกินผิดปกติได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ส่วนวิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพมากที่สุดก็คือ การบำบัดกระบวนการความคิดหรือการรับรู้ นั่นเอง วิธีดังกล่าวนี้จะช่วยปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือระบบความรู้สึกนึกคิดที่จะนำพาเราไปสู่พฤติกรรมตามแรงกดดัน ทำให้รู้สึกเป็นกังวลและละอายใจในที่สุด

    2.ลืมไปซะ เรื่องการลดน้ำหนัก

    พฤติกรรมการรับกินอาหารที่ไม่ถูกต้องหรือเข้มงวดมากเกินไปในการลดน้ำหนัก เป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดโรค Binge Eating Disorder ฉะนั้นคุณจึงควรจัดตารางการทานอาหารที่มีประโยชน์ ตรงเวลา และควบคุมแคลอรีอยู่เสมอก็จะทำให้ได้ผลดีในการลดน้ำหนัก และไม่เสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงต่างๆ นาๆ นอกจากนี้อย่ามัวแต่มองหาเครื่องชั่งน้ำหนักบ่อยๆ เพราะมันจะทำให้คุณเป็นกังวลมากขึ้น

    3.อย่าอยู่คนเดียว

    การอยู่คนเดียวมักจะทำให้ความคิดของคุณฟุ้งซ่านและแตกกระเจิง ฉะนั้นเพื่อนๆ จึงควรใช้เวลาว่างกับครอบครัว หรือเพื่อนในบางครั้ง เพราะพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นคนที่คอยสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเมื่อคุณต้องการ อีกทั้งยังจะช่วยดึงความสนใจของคุณออกจากการกินได้อีกด้วยหากได้ทำกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน

    4.ข้อสำคัญคือ เครียดให้น้อยลง

    เจ้าโรค Binge eating disorder จะดีใจมากเลยทีเดียวหากคุณรู้สึกเครียดอยู่ตลอดเวลา วิธีแก้ไข้ก็คือเราจำเป็นต้องกำจัดความเครียดความกังวลเหล่านั้นออกไปให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย โยคะ นั่งสมาธิ อ่านหนังสือเล่มโปรด ฟังเพลงที่ชอบ ไปจนถึงการชวนครอบครัว และเพื่อนๆ ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งจนลืมความเครียดไปเลย

    5.ทำสมาธิ ฝึกการหายใจ และโยคะ

    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการทำสมาธิฝึกลมหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอหรือการเรียนโยคะสามารถช่วยรักษาโรคกินผิดปกติให้หายได้ เนื่องจากกิจกรรมเหล่านี้จะเป็นวิธีที่ช่วยให้เราเบี่ยงเบนความสนใจไปที่ร่างกายและจิตใจ จนเกิดเป็นความรู้สึกสงบและกำจัดความกระวนกระวายใจออกไปได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้อีกด้วย

    เพื่อนๆ คงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี เช่นเดียวกันกับการที่เรากินอยู่ตลอดเวลา หรือกินมากเกินไป ย่อมส่งผลเสียต่อระบบในร่างกายมากกว่าผลดีอย่างแน่นอน นอกจากนี้แล้ว เพื่อนๆ ยังสามารถเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจอาการให้ชัดเจนและแก้ไขได้อย่างตรงจุด




www.davidwolfe.com
www.nationaleatingdisorders.org

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน