Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

เคล็ด (ไม่) ลับเลือกรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

เคล็ด (ไม่) ลับเลือกรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน



     ในยุคปัจจุบัน มนุษย์เรามีทางเลือกในการรับประทานอาหารกันอย่างหลากหลาย ตามความชอบของตนเอง อีกทั้งยังสะดวกสบายด้วยการบริการต่างๆ เพียงไม่กี่นาทีก็ทำให้เราได้ทานอาหารแสนอร่อยจากร้านโปรด จนบางครั้งก็ลืมคำนึงถึงคุณประโยชน์และสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน จนทำให้ร่างกายอ่อนแอและเกิดโรคต่างๆ โรคเบาหวาน เป็นอีกโรคหนึ่งที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น จากพฤติกรรมการกินส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อโรคดังกล่าว วันนี้ Thaiza จึงได้นำเคล็ดลับในการเลือกรับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะมาฝากสำหรับผู้อ่านที่กำลังต่อสู้กับโรคนี้อยู่หรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงค่ะ

    1.อาหารช่วยรักษาสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด

    นอกเหนือจากการรักษาด้วยการแพทย์สมัยใหม่แล้ว อีกวิธีการรักษาโรคเบาหวานที่ง่ายและปราศจากอันตรายก็คือการเลือกรับประทานอาหารนั่นเอง อาหารที่มีประโยชน์และเหมาะกับการรักษาโรคเบาหวานก็คืออาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน ไฟเบอร์ และกรดไขมันธรรมชาติเพื่อช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด กลุ่มอาหารที่มีไฟเบอร์อยู่มากก็คือพวกผักใบเขียวหลากชนิด ถั่วและธัญพืช ส่วนอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันธรรมชาติก็มีน้ำมันมะพร้าวและอะโวคาโด้ อีกทั้งยังรวมไปถึงเนื้อสัตว์ไขมันต่ำแต่มากไปด้วยโปรตีน

    2.แร่ธาตุโครเมียม

    หากพูดถึงโครเมียม คุณผู้อ่านหลายๆ ท่านอาจจะคุ้นหูหรือเคยได้ยินกันมาบ้าง โครเมียมเป็นแร่ธาตุอีกชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย เนื่องจากแร่ธาตุชนิดนี้มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคส หรือคาร์โบไฮเดรตและไขมันในร่างกาย รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของอินซูลินในการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถเลือกรับประทานผักกาดโรเมน (romaine lettuce) หัวหอมสด บล็อกโคลี มันฝรั่ง ถั่วเขียว มะเขือเทศสด และพริกไทยดำ เพื่อให้ได้รับแร่ธาตุโครเมียมอย่างเพียงพอ

    3.แร่ธาตุแมกนีเซียม

    การขาดแคลนแมกนีเซียมในร่างกาย เป็นสาเหตุให้ร่างกายอ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนล้า และเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานอีกด้วย ฉะนั้นการเพิ่มแร่ธาตุแมกนีเซียมเข้าไปในมื้ออาหารจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอะโวคาโด้ เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจีย หรืออัลมอนต์ ก็ได้ทั้งสิ้น

    4.ลดน้ำตาล

    เพื่อนๆ ที่ชอบทานอาหารรสหวานหรือขนมหวานต้องรีบอ่านข้อนี้โดยด่วน เนื่องจากปริมาณน้ำตาลที่มากเกินไปจะสร้างผลกระทบให้กับร่างกายเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังไปทำปฏิกิริยาให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่กำลังมีความเสี่ยงจึงควรลดปริมาณน้ำตาลในอาหารทั่วๆ ไปหรืออาหารแปรรูป น้ำหวานน้ำอัดลมต่างๆ แต่ถ้าหากต้องการรสหวาน หรือเพิ่มความหวานจริงๆ แล้วล่ะก็น้ำผึ้งออร์แกนิคจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีและปลอดภัย

    5.หลีกเลี่ยงธัญพืช

    ธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสีหรือวิธีแปรรูปหลายขั้นตอนจะมีกลูเตนแอบแฝงเข้ามาเป็นส่วนประกอบ เช่น ผลิตภัณฑ์จากแป้งสาลี ข้าวบาร์เลย์ หรือแม้แต่กระทั่งกับขนมปังโฮลวีต และโฮลเกรน (ธัญพืชเต็มเมล็ด ที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี) ล้วนเป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เมื่อผู้ป่วยโรคเบาหวานรับประทานอาหารเหล่านี้เข้าไปเพียงไม่กี่นาทีก็จะกลายเป็นน้ำตาล ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยเลยทีเดียว ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและอาจเสี่ยงต่อการอักเสบที่ลำไส้

อาหารเสริมช่วยบำรุงร่างกายสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

    1.น้ำมันหอมระเหย
    เพื่อนๆ คงรู้จักและคุ้นเคยกับเจ้าน้ำมันหอมระเหยกันเป็นอย่างดี ซึ่งน้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้จากอบเชย (cinnamon) และผักชี (coriander) นั้นมีสรรพคุณช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล เพียงนำน้ำมันหอมระเหยจากอบเชยหรือผักชี 1-2 หยด ผสมกับน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันและนำมาทาบริเวณฝ่าเท้าเพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดอีกทางหนึ่ง

    2.อบเชย
    อบเชย เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่ขึ้นชื่อเรื่องของการช่วยลดน้ำตาลในเลือด เพียงนำอบเชย 1-2 ช้อนชาเพิ่มลงไปในเมนูอาหารจานโปรดของคุณ ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด

   3.กรดอัลฟาไลโปอิก
   กรดอัลฟาไลโปอิกเป็นแร่ธาตุที่สามารถพบได้ในอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 โดยที่เจ้ากรดอัลฟาไลโปอิก (มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า กรดไลโปอิก) จะมีสรรพคุณในการช่วยรักษาโรคเบาหวานได้อย่างเป็นธรรมชาติ
    อีกทั้งยังเป็นสุดยอดสารต่อต้านอนุมูลอิสระครอบจักรวาล เพราะมันสามารถแทรกซึมเข้าไปชั้นลึกสุดของเซลล์เพื่อกำจัดสารอนุมูลอิสระทั้งหลาย นอกจากนี้แล้วกรดโลโปอิกก็ยังจะช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับสารต่อต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ อย่างวิตามิน C, E กลูต้าไธโอน และโคเอ็นไซม์ คิวเท็น เป็นต้น

   4.แมกนีเซียม
    แมกนีเซียม คือสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างยิ่ง มีผลการวิจัยออกมาว่า หากร่างกายได้รับปริมาณแมกนีเซียมเพิ่มขึ้น 100 มิลลิกรัมต่อวันจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานได้มากถึง 15% อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างมากเลยทีเดียว สำหรับอาหารที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียมก็มีหลากหลายให้เลือกรับประทาน ทั้งกล้วย อัลมอนต์ อะโวคาโด้ ผักโขม ถั่วชนิดต่างๆ และช็อกโกแลต เป็นต้น

   5.โครเมียม
   อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า โครเมียม เป็นแร่ธาตุที่มีส่วนสำคัญในการช่วยเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้สุ่มเสี่ยงจึงควรได้รับแร่ธาตุโครเมียมอย่างเพียงพอในปริมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน

    แม้ว่าโรคเบาหวานอาจจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงมากถึงขั้นเสียชีวิตในเร็ววัน แต่การจะรักษาให้หายขาดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยทีเดียว อีกทั้งยังทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้ง่าย ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรมีวินัยอย่างมากในการเลือกรับประทานอาหารและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่กังวลว่าตนเองจะมีโอกาสสุ่มเสี่ยงก็สามารถปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดและปฏิบัติตาม เคล็ดลับที่ Thaiza ได้นำมาฝากกันในวันนี้ก็จะช่วยป้องกันได้ไม่น้อยเลยทีเดียว




www.davidwolfe.com
www.greenclinic.in.th
www.honestdocs.co

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน