Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

7 อาหารสุ่มเสี่ยงทำลายระบบสมอง

7 อาหารสุ่มเสี่ยงทำลายระบบสมอง



     เพื่อนๆ เคยเป็นกันไหมคะ ไม่รู้จะทานอะไรดี ถึงแม้ว่ารอบตัวเราจะมีร้านอาหารอร่อยๆ ให้เลือกเต็มไปหมด หากคุณเคยรู้สึกแบบนี้อยู่บ่อยครั้งก็ถือว่าเป็นส่วนดีไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะอาหารอร่อยๆ หรืออาหารเพื่อสุขภาพบางชนิดก็ไม่ได้มีประโยชน์หรือดีต่อสุขภาพของเราเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาหารที่เป็นอันตรายต่อระบบสมอง ซึ่งเป็นหัวใจหลักของระบบต่างๆ ในร่างกาย เพื่อไม่ให้ระบบสมองถูกทำลายและสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เราจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารทั้ง 7 ชนิดที่เสี่ยงต่อการทำลายระบบสมอง รับรองอาหารบางชนิดต้องเป็นของโปรดของเพื่อนๆ อย่างแน่นอน!

     1.ปลาที่มีสารปรอทมาก

     แม้ว่าปลาจะเป็นเนื้อสัตว์ที่ดีต่อสุขภาพและมีไขมันต่ำเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่น แต่เมื่อเป็นเนื้อปลาที่เต็มไปด้วยสารปรอทก็ทำให้มันแทบไม่มีคุณประโยชน์หลงเหลืออยู่และเป็นอันตรายกับสุขภาพมากกว่าปกติ มีวิจัยรายงานออกมาว่าสารปรอทเหล่านี้จะส่งผลให้ระบบประสาทสัมผัสของผู้ที่รับประทานเข้าไปเสื่อมถอย และยับยั้งการเจริญเติบโตของสมอง The National Resource Defense Council จึงได้ออกมารายงานชนิดของปลาที่มีสารปรอทอยู่มาก เช่น ปลาโอ ปลากระโทง ปลาออเรนจ์รัฟฟี่ ปลาฉลามและปลาทูน่าบางสายพันธ์ หากเลี่ยงหรือรับประทานให้น้อยลงได้จะดีต่อระบบสมองเป็นอย่างยิ่ง

    2.อาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันชนิดเติมไฮโดรเจน

    ก่อนอื่น เราจะแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักกับน้ำมันพืชหรือน้ำมันปาล์มชนิดเติมไฮโดรเจน โดยมีจุดประสงค์ในการชะลอความหืน ซึ่งจะทำให้เกิดไขมันชนิด trans fatty acid เป็นบางส่วน และเจ้าไขมันทรานส์นี้จะไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อสุขภาพของมนุษย์ ซ้ำยังเป็นอันตรายเพราะไม่สามารถเผาผลาญได้เองตามกระบวนการของร่างกาย พบได้ในอาหารประเภททอดต่างๆ พิซซ่าแช่แข็ง เค้ก คุกกี้ มาการีน เนยเทียม และผลิตภัณฑ์ทาขนมปัง(spread)

    3.อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง

    ค่าดัชนีน้ำตาลคือข้อสังเกตในการตรวจสอบอาหารที่มีคาร์โบโฮเดรตว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำตาลในเลือดได้มากน้อยเพียงใด เป็นที่ทราบกันดีกว่า น้ำตาล ของสารให้ความหวานอันหลากหลายนั้นล้วนส่งผลเสียต่อระบบสมอง ฉะนั้นแล้วหากคุณรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงเกินไปก็อาจเสี่ยงต่อการนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้าได้เช่นเดียวกัน

    4.ฟาสต์ฟู้ด หรืออาหารจานด่วน

    ในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างดูเร่งรีบไปเสียหมด ฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารจานด่วนก็ได้เข้ามามีบทบาทที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้คน อีกทั้งยังมีรสชาติถูกปาก ราคาไม่แพงจนเกินไปนัก แต่อาหารเหล่านี้กลับเต็มไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัว (saturated-fat) หรือไขมันที่ได้จากสัตว์เป็นส่วนใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นกรดไขมันชนิดไม่ดี ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบสมองไม่น้อยเลยทีเดียว

    5.อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว

    กรดไขมันอิ่มตัว (saturated-fat) เป็นไขมันที่ได้จากสัตว์ น้ำมันปาล์ม กะทิ และชีส เป็นส่วนมาก จัดว่าเป็นกรดไขมันชนิดเลว เมื่อเทียบกับกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ได้จากน้ำมันข้าวโพด น้ำมันเหลือง หรือน้ำมันทานตะวัน สำหรับไขมันอิ่มตัวนั้นสามารถพบได้มากใน โดนัท ขนมที่ใครหลายๆ คนอาจโปรดปราน หากทานมากเกินไปก็จะส่งผลต่อสมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่มีหน้าที่ในการเรียนรู้และจัดเก็บความทรงจำและยังทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นอีกด้วย

    6.โซเดียม

    เพื่อนๆ คนไหนที่ชอบทานอาหารรสเค็มก็ต้องรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กันขึ้นมาแล้วล่ะ เพราะโซเดียมเป็นตัวการที่ทำให้ความดันโลหิตสูงผิดปกติ หากทานมากเกินไปก็จะเกิดภาวะโซเดียมในเลือดสูง (hypernatremia) ส่งผลเสียต่อระบบสมอง เช่น ความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสลดลง รู้สึกกระวนกระวาย ซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คืออาการชักกระตุก

    7.ชีส

    ข้อสุดท้ายนี้อาจเป็นความจริงที่ทำร้ายจิตใจของใครหลายๆ คน เพราะชีสคืออาหารยอดฮิตอันดับ 1 ที่ไม่ว่าจะทานคู่กับอะไรก็อร่อยไปหมด แต่ชีสเป็นอาหารสุดอันตรายที่ส่งผลเสียต่อระบบประสาทสัมผัส รายงานการวิจัยจาก the University of Michigan พบว่าในชีสมีโปรตีนที่ชื่อว่า Casein ซึ่งสามารถแตกตัวออกไปเป็นสารคาโซมอร์ฟิน (Casomorphin) ระหว่างการย่อยอาหาร สารตัวนี้มีฤทธิ์บรรเทาความเจ็บปวด แต่ก็ทำให้สมรรถนะการเรียนรู้ของสมองถดถอย อีกทั้งยังมีส่วนให้ผู้บริโภคมีอาการเสพติดเล็กน้อยอีกด้วย

     ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมว่าอาหารบางชนิดจะเป็นอันตรายต่อสมองของเรา ด้วยความที่ทานอยู่เป็นประจำจนเราอาจจะมองข้ามผลเสียไปบ้าง คงถึงเวลาแล้วที่เราจะใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้นหากไม่อยากเสียค่ารักษาพยาบาลมหาศาลในอนาคต!




www.davidwolfe.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน