แฟชั่น สุขภาพ ลดน้ำหนัก แต่งหน้า Fashion ความรัก ความงาม เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น ทรงผม

ภาวะขาดแคลนสารอาหารทั้ง 7 ชนิดที่ควรระวัง ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้า



     ในแต่ละครั้งที่เราจะเลือกรับประทานอาหาร นอกจากความถูกอกถูกใจ และความเอร็ดอร่อย สิ่งหนึ่งที่เราควรจะต้องคำนึงถึงอยู่เสมอก็คือวิตามิน หรือสารอาหารที่จะเข้าไปสู่ร่างกายเพื่อลำเลียงไปยังระบบต่างๆ ให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และระบบที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ ระบบสมอง ที่มีหน้าที่สั่งการและควบคุมความเป็นไปในร่างกาย ถ้าสมองของเราไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ก็จะไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางด้านอารมณ์ (mental disorders) และอาจร้ายแรงจนถึงการเป็นโรคซึมเศร้าได้เลยทีเดียวค่ะ เนื่องจากโรคชนิดนี้เป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของสารเคมีในสมองโดยตรง วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลของร่างกายและระบบสมองที่ขาดแคลนวิตามินบางชนิดจนเกิดโรคร้ายแรง จะเป็นอะไรบ้างนั้น เราไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ

    1.ขาดแคลนวิตามิน D

    เมื่อพูดถึงวิตามินที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย วิตามิน D ก็มักจะอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ เนื่องจากวิตามิน D เป็นวิตามินที่ช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกันและระบบสมอง ให้แข็งแรงและมีสุขภาพดี

    เราจึงควรออกมารับแสงแดดในยามเช้าเพื่อกระตุ้นเซลล์ผิวในการสังเคราะห์วิตามิน D แต่ถ้าหากเพื่อนๆ กังวลว่าแสงแดดในบ้านเราจะแรงเกินไปก็สามารถเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน D เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู ปลาซาดีน ไข่ และนม เป็นต้น เมื่อร่างกายของเราได้รับวิตามิน D เพียงพอก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้า และไม่ทำให้อารมณ์แปรปรวนอีกด้วย

    2.ขาดแคลนวิตามิน B

    มีการศึกษาวิจัยที่พบว่าเมื่อร่างกายขาดแคลนวิตามิน B จะส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของมนุษย์ และมีส่วนก่อให้เกิดภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ (mood disorders) เช่น โรคซึมเศร้า เนื่องจากกลุ่มวิตามิน B หลากชนิดล้วนมีส่วนช่วยในการผลิตสารเคมีในสมองที่เกี่ยวกับอารมณ์และการทำ งานของระบบสมองให้เป็นปกติ และเมื่อคุณได้รับวิตามิน B ไม่เพียงพอก็จะทำให้ระดับสารเคมีดังกล่าวไม่ สมดุลเสี่ยงเกิดโรคซึมเศร้าได้ง่าย

    3.ขาดแคลนโอเมก้า 3

    โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก สามารถพบได้ในอาหารจำพวกปลาชนิด ต่างๆ ถั่ว เมล็ดแฟลกซ์ และเมล็ดเจียเป็นต้น ในปัจจุบันผู้ที่รักและใส่ใจในสุขภาพต่างก็หันมาให้ความ สนใจกับเจ้ากรดไขมันชนิดนี้กับมากขึ้น เพราะเจ้าโอเมก้า 3 มีสรรพคุณช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ทำให้เราสามารถจดจำได้ดียิ่งขึ้น หากร่างกายมีปริมาณโอเมก้า 3 และ 6 ไม่เพียงพอหรือไม่สัมพันธ์กันก็ อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้เช่นเดียวกันค่ะ นอกจากนี้ โอเมก้า3 ยังช่วยบรรเทาอาการอักเสบและ อากาดปวดได้ดี

    4.ขาดแคลนไอโอดีน

    ต่อมไทรอยด์ (thyroid gland) คือต่อมที่มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อใช้ควบคุมการทำงาน ของอวัยวะส่วนอื่นๆ ในร่างกายจำเป็นต้องได้รับโอโอดีนในปริมาณที่เพียงพอเพื่อให้ต่อมดังกล่าวนี้ทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็เกิดอันตรายได้หากต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ออกมามากเกินไป มีความเสี่ยงต่อภาวะหรือโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ซึ่งล้วนมีสาเหตุมาจากระบบภูมิคุ้มกัน และระบบสมองที่ผิดปกติ การบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยไอโอดีนก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีในการดูแลรักษาต่อมไทรอยด์ให้เป็นปกติ และถือเป็นการดูแลรักษาสมรรถภาพการเรียนรู้และจดจำไปพร้อมๆ กัน

    5.ขาดแคลนธาตุเหล็ก

    หน้าที่หลักของธาตุเหล็กคือการช่วยร่างกายในการผลิตเฮโมโกลบิน ไมโอโกลบิน เอนไซม์บางชนิด และช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญวิตามิน B เสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย เสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ แข็งแรง บำรุงผิวพรรณให้เรียบเนียน และลดอาการอ่อนเพลีย เมื่อร่างกายไม่ได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียง พอก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายประการ เช่น ภาวะโลหิตจาง ซึ่งมีลักษณะอาการคล้ายคลึงกับ โรคซึมเศร้า ไม่ว่าจะเป็น ความอ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย และมีความคิดขุ่นมัว หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับ การรักษาอย่างถูกต้อง ก็อาจส่งผลต่ออาการทางสมองได้เช่นเดียวกันค่ะ

    6.ขาดแคลนกรดอะมิโน

    เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีโปรตีนอย่างเนื้อสัตว์ ถั่ว และธัญพืช ร่างกายก็จะย่อยออกมาเป็นกรดอะมิโน หลากชนิดเพื่อนำไปใช้ประโยชน์กับการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น การย่อยอาหาร สร้างและ ซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอ หรือช่วยลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย มีการวิจัยที่ค้นพบว่า ภายในอาหารเสริมที่มีกรดอะมิโนเป็นส่วนประกอบสามารถช่วยรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางสมอง และอารมณ์ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากกรดอะมิโนนี้จะแปรสภาพเป็นสารส่งผ่านประสาท (neurotransmitters) ที่ช่วยรักษาโรคซึมเศร้าได้

    7.ขาดแคลนโฟเลต

    มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ค้นพบว่า ในร่างกายของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีปริมาณโฟเลตน้อยกว่า 25% ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับคนปกติทั่วไป กรดโฟเลต 500 ไมโครกรัมสามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพของตัวยาสำหรับรักษาโรคซึมเศร้าให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากกรดโฟเลตมีบทบาทสำคัญต่อปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในเซลล์สมอง ถ้าร่างกายไม่ได้รับโฟเลตอย่างเพียงพอก็อาจเป็นอันตรายต่อระบบสมองได้นั่นเองค่ะ

     ถือว่าเยอะทีเดียวสำหรับวิตามิน หรือสารอาหารทั้ง 7 ชนิดที่ร่างกายควรได้รับอย่างเพียงพอเพื่อให้ระบบสมองสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าหากเรารักสุขภาพและร่างกายของเรามากพอ เราเชื่อว่าเพียงเท่านี้ก็ไม่เกินความสามารถของทุกคนแน่นอน




Sources: www.davidwolfe.com
www.haamor.com
www.greenclinic.in.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: