Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

ผลดีอย่างไร...หากเลิกบุหรี่ได้

ผลดีอย่างไร...หากเลิกบุหรี่ได้



    สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ แนะเลิกบุหรี่ไม่ยากอย่างที่คิด ผลดีเกิดขึ้นทันที หากเลิกได้ภายใน 1 ปี ลดความเสี่ยงโรคหัวใจวายได้ถึง 50% และ 5 ปี ลดเสี่ยงโรคสมอง 50% เช่นกัน

    นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า บุหรี่มีสารพิษก่อให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย

    - นิโคติน ทำให้หลอดเลือดตีบตัน เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และกระตุ้นระบบประสาท

    - คาร์บอนไดออกไซค์ ทำให้หัวใจและส่วนต่างๆของร่างกายได้รับออกซิเจนน้อย ทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย เป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ

    - ทาร์ ทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็งปอด

    - ไนโตรเจนไดออกไซค์ จะทำลายเยื่อบุหลอดลมส่วนปลายและถุงลม ทำให้เกิดถุงลมโป่งพอง

    - ไฮโดรเจนไซยาไนต์ ทำให้เกิดอาการไอ มีเสมหะ และหลอดเลือดอักเสบเรื้อรัง

    จะเห็นได้ว่าสารพิษในบุหรี่มีมากมายหากสูบต่อไปอาจนำไปสู่โรคร้ายจนถึงแก่ชีวิตได้ อาทิ โรคมะเร็งต่างๆ โรคหลอดเลือดในสมองตีบ โรคหัวใจและหลอดเลือด และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

    แพทย์หญิงวิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวว่า การเลิกบุหรี่ไม่ยาก เพียงแค่หาเหตุจูงใจที่จะเลิก เช่น การมอบเป็นของขวัญกับคนที่รักในโอกาสสำคัญ เตรียมตัวให้พร้อมด้วยการกำหนดวันที่แน่นอนและบอกกับคนที่รักเพื่อเป็นกำลังใจ ทำจิตใจให้แจ่มใสไม่เครียด รวมทั้งต้องยืนยันการเลิกบุหรี่ โดยทิ้งอุปกรณ์การสูบบุหรี่ ทั้งนี้เมื่อรู้สึกอยากสูบบุหรี่ให้ดื่มน้ำหรือล้างหน้าทันทีเมื่อรู้สึกหงุดหงิด สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และช้าๆ 2- 3 ครั้ง และหากิจกรรมอื่นๆ ทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น อ่านหนังสือ เล่นกีฬา เพื่อทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ที่สำคัญอย่าสูบบุหรี่ทันทีที่อยากสูบ

    ผลดีที่เกิดขึ้นหากสามารถเลิกบุหรี่ได้

    - ใน 15 นาที หัวใจจะเต้นช้าลง
    - เมื่อครบ 12 ชั่วโมง ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ลดลงสู่ภาวะปกติ
    - ถ้าเลิกได้ 14 วัน ระบบไหลเวียนดีขึ้น หายใจโล่งขึ้น รู้สึกสดชื่นขึ้น
    - เมื่อเลิกได้ครบ 1 ปี ความเสี่ยงโรคหัวใจวายจะลดลง 50 %
    - และใน 5 ปีเป็นต้นไป ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองลดลง 50 %




กรมการแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน