Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

หากร่างกายมีฮอร์โมน “เอสโตรเจน” มากเกินไปจะส่งผลดีหรือเสีย?

หากร่างกายมีฮอร์โมน “เอสโตรเจน” มากเกินไปจะส่งผลดีหรือเสีย?



     หนุ่มๆ สาวๆ ยุคใหม่อย่างเรา นอกจากจะใส่ใจรูปลักษณ์ภายนอก หรือความดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรจะมองข้ามเช่นเดียวกันก็คือ สุขภาพ นั่นเองค่ะ วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักหรือสำรวจตัวเองกันเพิ่มสักเล็กน้อยเพื่อความเข้าใจ และการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี โดยปกติในร่างกายของมนุษย์จะมีฮอร์โมนหลายชนิดที่ทำงานร่วมกันจนแสดงผลลัพธ์ผ่านลักษณะรูปร่าง การเจริญเติบโต อารมณ์ ความคิดและปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน แต่เมื่อฮอร์โมนในร่างกายขาดความสมดุล ร่างกายก็จะประสบกับภาวะที่ไม่ปกติซึ่งสามารถพัฒนาไปสู่โรคต่างๆ ได้เช่นเดียวกัน การรับรู้ความผิดปกติเหล่านั้นก็จะช่วยให้คุณสามารถรักษาได้อย่างถูกวิธี

     กลุ่มฮอร์โมนที่สำคัญชนิดหนึ่งที่เราอยากให้คุณผู้อ่านรู้จักกันมากขึ้นก็คือ เอสโตรเจน (Estrogen) นั่นเองค่ะ ฮอร์โมนชนิดนี้สามารถพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย แต่ในเพศหญิงจะมีการผลิตฮอร์โมนชนิดนี้มากกว่า เอสโตรเจนมีหน้าที่พัฒนาการด้านอารมณ์และการเจริญเติบโตแทบทุกส่วนของร่างกาย รวมไปถึงระบบสืบพันธ์ที่ส่งผลให้เพศหญิงมีลักษณะเด่นชัดเจน ทั้งหน้าอก สะโพก และผิวพรรณอันเปล่งปลังยิ่งขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นก็มีโอกาสที่ปริมาณฮอร์โมนในร่างกายจะแปรปรวนไปบ้าง ทั้งสูงเกินไปและต่ำเกินไปก็ล้วนส่งผลต่อสุขภาพ เช่น ภาวะอารมณ์แปรปรวน ความเครียด ความกังวล นอนไม่หลับ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เหนื่อยง่าย มีอาการเจ็บหน้าอก และผมร่วงเป็นต้น

      วันนี้เราจะขอพูดถึงปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายที่มากเกินไป (มากกว่า 200 pg/ml) ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในกลุ่มสุภาพสตรีที่มีน้ำหนักตัวมาก เพราะเซลล์ไขมันในร่างกายมีส่วนช่วยเพิ่มการผลิตเอสโตรเจนนั่นเอง ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน มีความดันโลหิตสูง ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป อีกทั้งยังรวมไปถึงตัวแปรต่างๆ จากภายนอก เช่น ความเครียดและมลพิษรอบตัวเป็นต้น เรามาดูกันดีกว่าเราจะควบคุมปริมาณเอสโตรเจนให้สมดุลได้อย่างไร

    1.หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์

    โดยปกติแล้วตับจะเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีส่วนในการเผาผลาญฮอร์โมนเอสโตรเจน หากคุณดื่มสุราเป็นประจำก็จะทำให้ตับทำงานหนักเกินไป และมีประสิทธิภาพเสื่อมถอยลงได้ ส่งผลให้ปริมาณเอสโตรเจนสะสมในร่างกายมากขึ้นตามไปด้วย ซ้ำร้ายกว่านั้น โอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมยังสูงขึ้นอีกด้วย

    2.เลือกทานผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค

    ผลิตภัณฑ์อาหารที่เป็นออร์แกนิค คือผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ปราศจากสารเคมี หรือยาเคมี ซึ่งทำให้เรามั่นใจได้ว่าร่างกายจะได้รับคุณประโยชน์ครบถ้วน เช่น ผักปลอดสารพิษหรือธัญพืชเต็มเมล็ดชนิดต่างๆ สาเหตุที่เราควรเลือกรับประทานอาหารออร์แกนิคก็เพราะว่าสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงในพืชผักจะไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น

    3.ออกกำลังกาย

    “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ” เป็นประโยคที่สามารถใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยจริงๆค่ะ เพราะการออกกำลังกายอยู่เป็นประจำนั้นจะช่วยให้ร่างกายของเรากำจัดปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจน ส่วนเกินได้เพิ่มขึ้น 7% อีกทั้งปริมาณไขมันที่ลดน้อยลงยังจะช่วยรักษาสมดุล และลดภาวะร่างกายแปรปรวนจากปริมาณเอสโตรเจนที่ลดลงอย่างรวดเร็วได้อีกด้วย

    4.โรสแมรี่

    น้ำมันหอมระเหยจากโรสแมรี่มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้ไปเลี้ยงสมองได้สะดวกยิ่งขึ้น เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และการทำงานของต่อมไทรอยด์ให้แข็งแรง ทำให้ร่างกายสามารถควบคุมระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างระบบความจำ บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อได้ดี

    5.เมล็ดแฟลกซ์

    เพื่อนๆ คงทราบกันดีกว่า เมล็ดแฟลกซ์ เป็นธัญพืชที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งรวมไปถึงการบำรุงรักษาสุขภาพร่างกายจากภาวะเอสโตรเจนที่มากเกินไป ช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มสุภาพสตรีได้อีกด้วย เพียงรับประทานเมล็ดแฟลกซ์ควบคู่กับโยเกิร์ต หรือซีเรียลยี่ห้อโปรดของเพื่อนๆ ค่ะ เพื่อนๆ เห็นไหมคะว่าทุกสิ่งภายในร่างกายของเราล้วนมีความสัมพันธ์ และส่งผลถึงได้ทั้งสิ้น หากมีมากเกินไป หรือน้อยเกินไปก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพ ฉะนั้นเราจึงควรรักษาความสมดุลภายในร่างกาย หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น โดยไม่ต้องรอให้ร่างกายเกิดป่วย หรือไม่สบายไปเสียก่อน





Source: www.davidwolfe.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน