Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

ปวดศีรษะแบบไหน บอกอะไรเราได้บ้าง?

ปวดศีรษะแบบไหน บอกอะไรเราได้บ้าง?



     อาการปวดศีรษะ คือหนึ่งอาการป่วยที่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยกับผู้คนทุกเพศทุกวัย เมื่อเรามีความเครียด หรือระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ เราอยากให้เพื่อนๆ ผู้อ่านลบความคิดเดิมเกี่ยวกับอาการปวดศีรษะ ที่เมื่อรับประทานยาแก้ปวดก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ เพราะในความเป็นจริงนั้น อาการปวดศีรษะสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายชนิด ตามสาเหตุที่เกิด ซึ่งแต่ละชนิดก็ควรได้รับการรักษาที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจึงจะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับอาการปวดศีรษะแต่ละชนิด ไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาการปวดที่เคยเกิดขึ้นกับเพื่อนๆ บ้างรึเปล่า

    1. Sinus headache
    มาเริ่มกันที่อาการปวดศีรษะชนิดแรกกับ Sinus headache หรือ อาการปวดศีรษะจากไซนัสอักเสบ สำหรับคุณผู้อ่านที่เคยมีประสบการณ์กับโรคไซนัสอักเสบบ่อยๆ ก็คงจะเข้าใจกันดีว่ามันช่างเป็นภาวะอาการที่กวนจิตกวนใจของเราอยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังมีอาการแทรกซ้อนอย่าง อาการปวดศีรษะบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา ไปจนถึงแก้มเรียกได้ว่าทรมานไม่น้อยเลยทีเดียวเมื่ออาการป่วยทั้ง 2 อย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน เพื่อนๆ จึงควรรีบพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยอย่างละเอียด ไม่ให้อาการรุนแรงไปกว่าเดิม สำหรับวิธีการรักษา เพื่อนๆ สามารถใช้ capsaicin cream หรือเจลพริก ทาบริเวณหน้าผาก หรือรอบขมับ เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด

    2. Allergy Headache
    Allergy หรือโรคภูมิแพ้เป็นอีกหนึ่งโรคยอดฮิตที่ผู้คนเป็นกันค่อนข้างมาก และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโรคชนิดนี้เป็นโรคที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของเราไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อโรคภูมิแพ้เกิดขึ้น อาการข้างเคียงที่มักตามมาด้วยเสมอก็คือ ทางเดินหายใจอุดตัน ความดันและอาการปวดศีรษะพร้อมกับอาการคันยิบๆ รอบดวงตา ในบางกรณีอาจเกิดภาวะตาแฉะร่วมด้วย เพื่อนๆ จึงควรดูแลสุขอนามัยของตนเองให้ดีอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงสถานที่ สิ่งของ หรืออาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้

    3. Caffeine Withdrawal Headache
    เพื่อนๆ ผู้อ่านที่เป็นคอกาแฟตัวยงเคยสังเกตกันบ้างไหมคะว่า เมื่อใดก็ตามที่เพื่อนๆ ไม่ได้ดื่มกาแฟติดต่อกันสักระยะหนึ่งหรือการหักดิบเลิกดื่มกาแฟโดยฉับพลัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือ อาการปวดศีรษะที่ค่อนข้างรุนแรง โดยมีสาเหตุมาจากปริมาณคาเฟอีนที่สะสมอยู่ในร่างกายของเราค่อยๆ ลดน้อยลง อีกทั้งยังมีอาการหัวใจเต้นแรง และเร็วผิดปกติ เนื่องจากหลอดเลือดมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากการถูกบีบของคาเฟอีน ฉะนั้นแล้ว เราจึงควรค่อยๆ ลดปริมาณคาเฟอีนลงทีละน้อยให้ร่างกายได้ปรับตัวนั่นเอง

    4. Anxiety Headache
    มาถึงอาการปวดศีรษะยอดฮิตจากภาวะเครียด และความกังวลกันบ้าง หากเพื่อนๆ มีความเครียดกับภาระงาน การเรียน หรือการเงินอยู่เป็นประจำ ก็จงเตรียมรับมือกับอาการปวดศีรษะที่มาเป็นของแถมได้เลยค่ะ เพราะทุกครั้งที่เรารู้สึกเครียด อาการปวดศีรษะก็จะแล่นไปทั่วและลามไปถึงบริเวณหน้าผากอีกด้วย การพักผ่อนให้เพียงพอสามารถช่วยลดอาการดังกล่าวได้พอสมควร อีกทั้งเพื่อนๆ ยังควรหาเวลาผ่อนคลายตัวเองจากความเครียดกันบ้างนะคะ

    5. Tension Headache
    Tension Headache หรืออาการปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อเกร็ง จะมีความคล้ายคลึงกับลักษณะของการปวดศีรษะในข้อที่ 4 ซึ่งเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยเช่นเดียวกัน เพื่อนๆ อาจรู้สึกปวดที่ศีรษะด้านหลัง ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงคอ โดยมีสาเหตุมาจากการเกร็งของกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อบริเวณช่วงศีรษะถึงคอ หมั่นพักผ่อน และเข้านอนให้ตรงเวลาเพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอ และยังช่วยป้องกันภาวะ อารมณ์แปรปรวนได้อีกด้วย

    6. Cluster Headache
    Cluster Headache หรืออาการปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ เป็นอาการปวดศีรษะบริเวณรอบดวงตา เหนือเบ้าตา รอบขมับ และมีอาการตาแดง น้ำตาไหล น้ำมูกไหล หรือคัดจมูกร่วมด้วย มักเกิดขึ้นกับเพศชายมากกว่าเพศหญิง อันเนื่องมาจากสาเหตุของการดื่มสุรา และสูบบุหรี่เป็นประจำ เพียงลดปริมาณการดื่มและสูบให้น้อยลงก็จะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้

    7.Migraine Headache
    มาถึงอาการปวดศีรษะยอดฮิตของเราอย่าง Migraine Headache หรือไมเกรนที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ลักษณะอาการของไมเกรนคือ ปวดตุ้บๆ ที่ศีรษะข้างเดียว (สามารถเปลี่ยนข้างได้) ร่วมกับภาวะคลื่นไส้ อาเจียน การตอบสนองต่อแสงและเสียงค่อนข้างไวกว่าปกติ ทำให้ไม่อยากสัมผัสแสงแดด หรือไม่อยากได้ยินเสียงดังๆ หากได้พักผ่อนอยู่นิ่งๆ ภายในพื้นที่ที่เงียบ และไม่มีแสงเข้า จะทำให้อาการค่อยๆ ดีขึ้น แต่ก็ควรได้รับการรักษาให้หาย มิเช่นนั้น อาการปวดก็จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

     เพื่อนๆ เห็นมั้ยคะว่า แม้จะเป็นแค่อาการปวดศีรษะทั่วไป แต่ก็มีรายละเอียด และวิธีการรักษาที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามแล้ว การรับประทานพาราเซตามอล หรือยาแก้ปวดชนิดอื่นๆเป็นระยะเวลานานติดต่อกันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นัก หมั่นพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ และหาเวลาว่างเพื่อผ่อนคลายจากภาระหน้าที่ที่แบกมาตลอดสัปดาห์เพียงเท่านี้ เราก็จะมีทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี




Sources: www.davidwolfe.com
www.bangkokhospital.com
www.siamhealth.net

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน