ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

10 เคล็ดลับดูแลสุขภาพป้องกันอาการปวดหัว



    เพื่อนๆ เคยสงสัยกันมั้ยว่า อาการปวดหัว นั้นมีสาเหตุมาจากอะไร? นอกเหนือจากความเครียด ความอ่อนเพลีย และการขาดการพักผ่อนแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เรารู้สึกปวดหัวได้ ซึ่งแฝงมากับอาหารการกินของเรานั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็น แอลกอฮอล์ คาเฟอีน หรือน้ำตาล สารประกอบเหล่านี้ล้วนมีส่วนที่ทำให้ร่างกายของเราทำงานผิดปกติ และแสดงออกมาเป็นอาการปวดหัวนั่นเอง แต่แทนที่เราจะรับประทานยาบรรเทาอาการปวดเหมือนทุกๆ ที ลองเปลี่ยนมาใช้วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยดูแลสุขภาพของเราให้ห่างจากอาการปวดหัวกันเถอะ

    1. เพิ่มแมกนีเซียมให้ร่างกาย
    ในบางครั้งสาเหตุของการปวดศีรษะก็มาจากภาวะขาดแคลนแมกนีเซียมได้เช่นเดียวกัน หากร่างกายของเราได้รับแมกนีเซียมในปริมาณที่เพียงพอก็จะช่วยยับยั้ง และป้องกันการส่งสัญญาณเคมีความเจ็บปวดไปยังระบบประสาทได้ เพียงเพื่อนๆ รับประทานอาหารจำพวกผักโขม เมล็ดฟักทอง อะโวคาโด้ กล้วย อัลมอนต์ ถั่วเหลือง ควินัว ข้าวกล้อง และโยเกิร์ตไขมันต่ำ เป็นต้น

    2. อาหารปลอดสารกลูเตน
    ในปัจจุบัน Gluten-free (ปลอดกลูเตน) เป็นคำที่มักปรากฏขึ้นบนฉลากสินค้าของอาหารประเภทพาสต้า ซีเรียล และขนมปัง เราจึงควรทำความรู้จักเจ้ากลูเตนกันให้ดีเสียก่อน เพราะกลูเตนเป็นกลุ่มโปรตีนที่อาจไม่มีความจำเป็นต่อร่างกายเท่าไหร่นัก สามารถพบได้ในข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ หรือข้าวสาลี ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตขนมปัง เบเกอรี่ คุกกี้ พาสต้า หรือแม้แต่เบียร์ก็ตาม โชคร้ายที่คุณผู้อ่านบางท่านอาจมีภาวะแพ้กลูเตน หรือเป็นโรค Celiac (โรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อผิดปกติที่ลำไล้เล็ก) เมื่อรับประทานกลูเตนเข้าไปแล้ว อาจเกิดอาการอักเสบและรวบกวนการดูดซึมอาหารของลำไส้ มีอาการข้างเคียงคือ คลื่นไส้ อาเจียนและปวดศีรษะอย่างรุนแรง หากเพื่อนๆ หลีกเลี่ยง และเลือกรับประทานอาหารปลอดกลูเตนก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้พอสมควร

    3. ดูแลระบบกระดูกสันหลัง และข้อต่างๆ ในร่างกาย
    Chiropractic care (โคโรแพรคติก) เป็นการรักษาทางเลือกที่เน้นการดูแลรักษาระบบกระดูกสันหลังและข้อต่อต่างๆ ภายในร่างกายเพื่อให้ระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรักษาด้วยวิธีดังกล่าวนี้จะเป็นวิธีที่ช่วยผ่อนคลายระบบกล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นประสาทต่างๆ ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และบรรเทาความเครียดอันเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะไปพร้อมๆ กัน

    4. น้ำมันหอมระเหย
    คุณสมบัติอย่างหนึ่งของน้ำมันหอมระเหยก็คือมีฤทธิ์ช่วยบรรเทาและทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากความเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำมันหอมระเหยจากดอกลาเวนเดอร์ที่เหมาะกับการนำมารักษาอาการปวดศีรษะ เพราะดอกลาเวนเดอร์นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นตัวยาที่ช่วยปรับอารมณ์ให้สมดุล อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีอาการปวดศีรษะแบบไมเกรน เพียงนวดบริเวณขมับ หน้าผากและหลังคอด้วยน้ำมันหอมระเหยเล็กน้อย ทำเป็นประจำก่อนเข้านอน อาการปวดศีรษะจะค่อยๆ ลดน้อยลง

    5. วิตามิน B รวม
    การรับประทานวิตามินรวมเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยประหยัดเวลาในการบำรุงสุขภาพร่างกาย ทั้งยังทำให้ร่างกายของเราได้รับแร่ธาตุ และสารอาหารในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อนๆ ผู้อ่านที่กำลังประสบปัญหาอาการปวดไมเกรนอยู่จึงสามารถรับประทานวิตามิน B รวมเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดได้ เนื่องจากวิตามิน B รวมมีคุณสมบัติช่วยสร้างฮอร์โมนเซโรโทนิน (serotonin) และส่งไปยังระบบประสาท ทำให้เรานอนหลับได้อย่างเต็มตื่น สมองได้พักผ่อน และบรรเทาความเครียดไปพร้อมๆ กัน

    6. ดีท็อกซ์ร่างกาย
    สาเหตุของความเครียดอาจมาจากสารพิษที่สะสมในร่างกายของเรา ฉะนั้นเราลองมาดีท็อกซ์สารพิษออกจากร่างกายด้วยการอาบน้ำกันดีกว่าค่ะ ในข้อนี้อาจจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีอ่างอาบน้ำในบ้าน ด้วยส่วนผสมเพียง 2 ชนิดคือ baking soda และ essential oil (หรือ apple cider vinegar) ผสมลงในอ่างอาบน้ำ ก่อนอาบน้ำปกติ ให้เพื่อนๆ ลงไปแช่ในน้ำประมาณ 20-30 นาที ร่างกายจะค่อยๆ ขับสารพิษออกมาตามผิวหนัง ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

    7. ยืดเส้นยืดสาย
    การนั่งทำงานอยู่ในท่าเดิมทั้งวันโดยไม่ได้ขยับร่างกายก็ทำให้เกิดความเครียดได้เช่นกัน และยังส่งผลกระทบไปยังระบบประสาท ทำให้เรารู้สึกปวดศีรษะอย่างเลี่ยงไม่ได้ วิธีแก้ไขนั้นง่ายนิดเดียวค่ะ เพียงเพื่อนๆ ต้องลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อยืดเส้นยืดสาย หรือบริหารร่างกายด้วยท่าทางง่ายๆ ก็จะช่วยขจัดความเครียดได้ดีเลยทีเดียว

    8. การฝังเข็ม
    การรักษาโรคด้วยการฝังเข็มเป็นแพทย์แผนโบราณที่มีประวัติมาช้านานสามารถรักษาโรคได้หลากหลายรวมทั้งอาการปวดไมเกรน ด้วยการฝังเข็มในจุดที่ต่างกันออกไป การฝังเข็มจะช่วยควบคุมสมดุลของพลังงาน และฮอร์โมนในร่างกายเพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะเรื้อรัง หรืออาการป่วยอื่นๆ ทั่วไป

    9. พักผ่อน
    วิธีที่สำคัญ และจะขาดไปไม่ได้เลยก็คือการพักผ่อนนั่นเองค่ะ ในขณะที่เราพักผ่อน ระบบต่างๆ ในร่างกายก็จะได้รับการซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอจากการใช้งานมาตลอดวัน เมื่อได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม เราจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และมีพลัง ในทางกลับกัน หากเพื่อนๆ พักผ่อนน้อย ก็จะทำให้เกิดความเครียดและมีอาการปวดศีรษะตามมา ทริคที่เราแนะนำก็คือ เพื่อนๆ ควรปิดไฟในห้องให้มืดสนิทขณะนอนหลับและปราศจากเสียงใดๆ รบกวน

    10. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
    การดื่มคาเฟอีน หรือทานของหวานเป็นประจำ คือหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ร่างกายของเราขาดแคลนน้ำจนระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ และมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย ลองปรับลดปริมาณคาเฟอีนหรือของหวานที่บริโภคในแต่ละวัน และดื่มน้ำให้มากขึ้น ร่างกายของเราก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้เพื่อนๆ ยังสามารถรับประทานผักหรือผลไม้ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น แตงโม แคนตาลูป ส้มและ แตงกวา เป็นต้น เพียงเท่านี้เราก็จะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าโดยไม่ต้องกังวลใจเรื่องอาการปวดศีรษะอีกต่อไป

    ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะกับทั้ง 10 เคล็ดลับที่เรานำมาฝากเพื่อนๆ ในวันนี้สามารถเลือกปฏิบัติได้ตรงตามไลฟ์สไตล์ของตนเองอย่างแน่นอน อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ


Source: www.davidwolfe.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: