Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

5 ขั้นตอนง่ายๆ เอาชนะอาการแพ้อาหารให้อยู่หมัด

5 ขั้นตอนง่ายๆ เอาชนะอาการแพ้อาหารให้อยู่หมัด



    ในวันนี้ เราจะมาพูดถึงวิธีการดูแลตัวเองเมื่อเกิด “ภาวะแพ้อาหาร” (food allergy) หนึ่งอาการป่วยที่เราเชื่อว่าจะต้องเคยเกิดขึ้นกับทุกคนอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต โดยปกติแล้ว การแพ้อาหารก็คืออาการผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเมื่อเรารับประทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเข้าไป ทำให้เกิดผื่นคัน ลมพิษตามผิวหนัง หอบ คลื่นไส้ อาเจียน ไอ ลิ้นและปากบวม รวมไปถึงภาวะกล้ามเนื้อบางส่วนชักเกร็ง ซึ่งนับว่าเป็นอาการที่ร้ายแรงถึงชีวิตได้เลยทีเดียว หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ฉะนั้น เรามาศึกษาวิธีการป้องกัน และดูแลรักษาตัวเองจากภาวะแพ้อาหาร ดังนี้กันเลยดีกว่าค่ะ

    1.หลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท

    แน่นอนเมื่อร่างกายของเรามีปฏิกิริยาต่อต้านอาหารที่ทานเข้าไปโดยที่ไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นอาหารชนิดใด สิ่งแรกที่เราควรหลีกเลี่ยงก็คืออาหารบางชนิดที่อาจทำให้อาการแพ้อาหารของเราแย่ลง เช่น
    1.อาหารสำเร็จรูป ซึ่งเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน อาจมีส่วนผสมบางชนิดที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้
    2.น้ำตาล ใช่แล้วค่ะน้ำตาลเป็นวัตถุดิบที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน โดยอาหารที่มีรสหวานจัดอาจมีส่วนกระตุ้นให้แบคทีเรียในร่างกายเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเกิดการอักเสบ และอ่อนแอ
    3.วัตถุแต่งกลิ่น ในอาหารสำเร็จรูปบางชนิดก็มีการเติมและปรุงแต่งรสชาติสังเคราะห์ซึ่งล้วนมาจากส่วนผสมทางเคมีทั้งสิ้น
    4.กลูเตน ซึ่งเป็นกลุ่มโปรตีนที่พบได้ในข้าวสาลี และข้าวบาร์เลย์ เพื่อนๆ บางคนอาจมีอาการแพ้โปรตีนชนิดนี้ จึงควรหลีกเลี่ยงไว้ก่อนจะดีที่สุด

    2.หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นอาการแพ้

    90% ของอาการแพ้อาหารอย่างหนักล้วนมาจากวัตถุดิบบางชนิดในอาหารที่เราทานเข้าไปโดยไม่รู้ตัว เช่น
    - นมวัว อาจเกิดขึ้นมากในหมู่เด็กเล็ก และผู้ใหญ่เป็นส่วนน้อย เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยโปรตีนที่มาจากนมได้
    - ไข่ ในไข่ขาวมีโปรตีนที่ชื่อว่า ovomucoid ที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ในผู้บริโภคบางราย
    - ข้าวสาลี แม้ว่าเราจะทานข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางคนนั้นแพ้โปรตีน gluten ที่อยู่ในข้าวสาลี
    - ถั่วเหลือง ถั่วเป็นอีกหนึ่งอาหารยอดนิยมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ โดยเฉพาะถั่วเหลือง มีเด็กจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่แพ้เจ้าถั่วชนิดนี้
    - อาหารทะเล ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ล้วนเป็นอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้อย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน เพื่อนๆ จึงควรศึกษาส่วนผสมในอาหารอย่างละเอียดก่อนรับประทาน

    3.รับประทานอาหารที่ช่วยบรรเทาอาการแพ้
 
    เมื่อหลีกเลี่ยงอาหารที่จะทำให้อาการแพ้ของเราทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นแล้วก็ควรรับประทานที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการแพ้ของเราให้ดีขึ้น ซึ่งแบ่งออกได้หลายชนิด ดังนี้
    - ผักใบเขียว เช่น ผักโขม เคล (kale) คะน้าฝรั่ง (collard greens) และ ร็อคเก็ต (argugula) ล้วนเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุและสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง
    - อาหารที่มีจุลินทรีย์ เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กะหล่ำปลีดอง และซุปมิโสะ เป็นกลุ่มอาหารที่ผ่านการหมักทำให้มีจุลินทรีย์ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยฆ่าแบคทีเรียบำรุงระบบภูมิต้านทานให้แข็งแรง
    - เกลือสมุทร เพียงใช้เกลือสมุทร 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำดื่ม 1 ลิตร และดื่มได้ตลอดทั้งวัน เนื่องจากเกลือเปรียบเหมือนยารักษาโรคที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี
    - ชาร์โคล หรือผงถ่าน ขึ้นชื่อเรื่องของการช่วยดูดซับสารพิษในร่างกายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการแพ้อาหารไปพร้อมๆ กัน แต่ควรใช้ในปริมาณ 500-2500 มิลลิกรัมเพื่อเลี่ยงอาการท้องผูก
    - เมล็ดธัญพืช ทั้งเมล็ดเจีย แฟลกซ์ ทานตะวัน และฟักทอง ล้วนอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นมิตรกับร่างกาย ไม่ก่อให้เกิดการแพ้อย่างแน่นอน

    4.จำกัดอาหารบางชนิด

    Elimination Diet หรือการรับประทานอาหารแบบจำกัด เป็นอีกหนึ่งวิธีการรักษาภาวะแพ้อาหาร โดยมีหลักการคือค่อยๆ คัดเลือกอาหารที่เราสงสัยว่าจะมีอาการแพ้ออก แล้วสังเกตดูปฏิกิริยาของร่างกายอย่างใกล้ชิด จากนั้นจึงกลับมารับประทานอาหารเหล่านี้อีกครั้งโดยแบ่งออกเป็นกลุ่มอาหารต่างๆ เช่น อาหารจำพวกกลูเตน นม ถั่ว ไข่ ข้าวโพด และอาหารสังเคราะห์ทั้งหลาย

    5.ทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

    การทานอาหารเสริมก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาในการรักษา อีกทั้งยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของเรากลับมาแข็งแรงได้เร็วขึ้นอีกด้วย สำหรับเพื่อนๆ ที่มีภาวะแพ้อาหารสามารถเลือกรับประทานอาหารเสริมได้ดังนี้

    - อาหารเสริมช่วยย่อยอาหารจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบย่อยอาหารของเราให้ย่อยอาหารได้อย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสาเหตุของอาการแพ้อาหารก็อาจมาจากการที่อาหารไม่ย่อยได้เช่นเดียวกัน
    - โพรไบโอติกส์ อาหารเสริมที่จะช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ให้กับร่างกาย เพิ่มประสิทธิภาพการย่อยอาหาร ขจัดเชื้อแบคทีเรีย และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง
    - วิตามิน B5 สามารถนำมารับประทานเพื่อรักษาภาวะแพ้อาหารได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากจะช่วยเสริมการทำงานของต่อมหมวกไต และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง

    เพียงแค่ 5 ขั้นตอนในการดูแลตนเองจากการแพ้อาหาร ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะเพื่อนๆ เพราะเราเข้าใจว่าอาหารบ้านเรามันช่างอร่อยจนเกินห้ามใจจริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมควรอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดนะคะ



Source: www.davidwolfe.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน