Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

หลอดเลือดหัวใจตีบ ทำบายพาสหรือบอลลูนดีกว่ากัน

หลอดเลือดหัวใจตีบ ทำบายพาสหรือบอลลูนดีกว่ากัน



    ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหลอดเลือดหัวใจตีบแล้วมีอาการเจ็บหน้าอกเวลาออกกำลังในกรณีที่ระดับการเจ็บหน้าอกไม่เกินคลาส 1-3 หมายความว่าเจ็บตั้งแต่ออกแรงมากๆ ถึงจะเจ็บจนถึงออกแรงเพียงเล็กน้อยก็เจ็บแล้ว มีผลการศึกษาของงานวิจัยชื่อ Courage Trial ซึ่งนำคนไข้มาตรวจสวนหัวใจแล้วเลือกคนที่หน้าอกคลาส 1-3 ที่ตีบหนึ่งเส้นบ้างสองเส้นบ้าง ตีบสามเส้นบ้าง แต่ไม่มีรอยตีบที่โคนหลอดเลือดซ้าย กลุ่มหนึ่งทำบอลลูนหรือผ่าตัดบายพาสทุกคนอีกกลุ่มหนึ่งไม่ทำ เพียงแค่ให้กินยา แล้วติดตามดูต่อเนื่องไปนานสิบสามปี พบว่าทั้งสองกลุ่มมีอัตราการเสียชีวิตเท่ากัน จึงใช้งานวิจัยนี้เป็นแนวทางในการรักษาได้

    อย่างไรก็ตามงานวิจัย CASS Study (Coromary Artery Sugery Study) นั้นวิจัยในสมัยที่ยังไม่มียาที่มีคุณภาพดีอย่างปัจจุบัน โดยเฉพาะยาสแตตินลดไขมันและขณะนั้นวงการแพทย์ยังไม่มีองค์ความรู้ว่า การกินอาหารพืชเป็นหลักมีผลทำให้โรคหลอดเลือดหัวใจถอยกลับได้ จึงไม่มีการสอนให้ผู้ป่วยกินอาหารแบบมีพืชเป็นหลักประกอบกับมีความเข้าใจว่าหากให้ผู้ป่วยออกกำลังกายจะส่งผลให้เสียชีวิตเร็วจึงห้ามไม่ให้ผู้ป่วยออกกำลังกาย

    ปัจจุบันมีองค์ความรู้ชัดเจนแล้วว่าการออกกำลังกายลดอัตราตายของคนเป็นหัวใจขาดเลือดลงได้ และอาหารพืชเป็นหลักทำให้โรคถอยกลับได้ รวมทั้งการใช้ยาสแตติน กรณีไขมันสูงจะลดอัตราตายจากโรคได้

    อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้นอกจากงานวิจัยแล้วก็ยังไม่มีงานวิจัยอื่นใดรองรับว่า การรักษาผู้ป่วยโรคที่โคนหลอดเลือดซ้าย โดยไม่ต้องผ่าตัดบายพาสมีผลดีเท่าการผ่าตัดบายพาสหรือไม่

    ให้ทำการตรวจยืนยันก่อนว่าไม่มีรอยตีบที่โคนหลอดเลือดซ้าย วิธีการตรวจยืนยันมีสองวิธีให้เลือก

    วิธีที่ 1 ตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยการทำเอกซเรย์หลอดเลือดหัวใจด้วยคอมพิวเตอร์ (CTA) วิธีนี้มีภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า สีที่ฉีดมีพิษต่อไตน้อยกว่ากันมาก แต่มีข้อเสียคือหากคิดจะทำบอลลูน ก็ต้องฉีดสีตรวจสวนหัวใจเพื่อทำบอลลูนอีกรอบหนึ่ง

    วิธีที่ 2 ฉีดสีตรวจสวนหัวใจ (CAG) ผลของการตรวจวินิจฉัยจะเป็นชี้ให้รักษาไปทางใดทางหนึ่งในสองทางคือ

    กรณีที่ 1 หากพบว่ามีรอยตีบที่โคนหลอดเลือดซ้าย ควรตรวจสวนหัวใจแล้วทำการผ่าตัดบายพาส เพราะการรักษาโรครอยตีบที่โคนหลอดเลือดซ้ายในปัจจุบันวงการแพทย์ใช้การรักษาแบบผ่าตัด ซึ่งเป็นการรักษาตามงานวิจัยเก่า ซึ่งเปรียบเทียบการรักษาผู้ป่วยที่มีรอยตีบที่โคนหลอดเลือดซ้ายระหว่างวิธีผ่าตัดบายพาสกับวิธีกินยาพบว่าวิธีผ่าตัดบายพาส ผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่าวิธีกินยา

    ในประเด็นการเปรียบเทียบการรักษารอยตีบที่โคนหลอดเลือดข้างซ้ายด้วยวิธีผ่าตัดบายพาสกับวิธีทำบอลลูนกับวิธีทำบอลลูนขยายหลอดเลือดว่าวิธีไหนจะดีกว่านั้น งานวิจัยชื่อ SYNTAX trial ได้สุ่มตัวอย่างผู้ป่วยที่มีรอยตีบที่โคนหลอดเลือดซ้าย ไปรักษาสองแบบเปรียบเทียบกันคือ การทำบอลลูนกับบายพาส พบว่าผู้ป่วยที่รักษาแบบบอลลูนมีอัตราการกลับมารักษาใหม่และอัตราตายสูงกว่าผู้ป่วยที่รักษาด้วยการตัดบายพาส

    กรณีที่2 หากพบว่าไม่มีรอยตีบที่โคนหลอดเลือดซ้าย เนื่องจากความยืนยาวของชีวิตไม่แตกต่างกัน การตัดสินใจเลือกวิธีรักษาควรใช้คุณภาพชีวิตเป็นตัวตัดสิน
หากอาการปวดมากขึ้นจนรู้สึกว่าชีวิตไม่มีคุณภาพแล้ว ออกแรงนิดหน่อยก็เจ็บหน้าอก ก็ควรไปตรวจสวนหัวใจเพื่อทำบอลลูนหรือทำบายพาส

    หากคุณภาพชีวิตยังดีอยู่ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและรับประทานอาหารให้มีความหลากหลายของพืชผักผลไม้ จัดการความเครียดและใช้ยาร่วมในกรณีที่จำเป็น


วารสารกรมการแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน