แฟชั่น สุขภาพ ลดน้ำหนัก แต่งหน้า Fashion ความรัก ความงาม เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น ทรงผม

6 เคล็ดลับกินผักผลไม้อย่างไรให้ผิวสวย พร้อมต่อสู้กับแสงแดด



      มีคุณผู้อ่านท่านไหนเคยมีความคิดแปลกๆ กันบ้างว่า บางครั้งก็อยากจะกินครีมกันแดดเข้าไปเพื่อให้ตัวครีมนั้นปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างล้ำลึก เพราะไม่ว่าจะมีค่า SPF สูงแค่ไหนก็ดูจะไม่เพียงพอกับความร้อนแรงของแสงแดดในปัจจุบันและไม่ใช่แค่แสงแดดที่เราต้องระวังอย่างเดียวเท่านั้น แสงสีฟ้าจากหน้าจอ smartphone, tablet, หรือ notebook ต่างๆ ก็เป็นตัวการทำลายผิวได้เช่นกัน เมื่อเราไม่สามารถกินครีมกันแดดเข้าไปได้ Thaiza จึงจะพาเพื่อนๆ มากินผักผลไม้ทั้ง 6 ชนิดเพื่อช่วยเสริมเกราะป้องกันให้ผิว สามารถต่อสู้กับแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพกันค่ะ

    1. บลูเบอร์รี่

    ผลไม้ยอดฮิตติดลมบนสำหรับช่วงซัมเมอร์ที่จะไม่พูดถึงเลยไม่ได้ก็คือ บลูเบอร์รี่ นั่นเองค่ะ นอกจากรสชาติเปรี้ยวอมหวานที่ช่วยเติมความสดชื่นได้ดีในหน้าร้อนแล้ว ยังช่วยปกป้องผิวของเราจากแสงแดดได้ดีอีกด้วย เนื่องจากบลูเบอร์รี่เป็นสุดยอดผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซี ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อผิวพรรณของเรา ทั้งช่วยกำจัดอนุมูลอิสระจากแสงแดดอันเป็นตัวการทำลายผิวให้เสื่อมสภาพ พร้อมกับเติมความชุ่มชื้นเพื่อปกป้องผิวไม่ให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย เพื่อนๆ สามารถรับประทานบลูเบอร์รี่สดๆ ควบคู่กับมื้อเช้า เพื่อเติมเต็มสารอาหารป้องกันผิวก่อนออกไปเผชิญกับแสงแดด

    2. แตงโม

    เราอาจเคยได้ยินมาว่า มะเขือเทศ เป็นผลไม้ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอย่าง “ไลโคปีน” (lycopene) มากที่สุด แต่แท้จริงแล้ว แตงโม กลับอุดมไปด้วยไลโคปีนในปริมาณที่มากกว่ามะเขือเทศพอสมควร ซึ่งไลโคปีนเป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้เอง มีประสิทธิภาพช่วยดูดซับ แสง UVA และ UVB ที่ทำให้ผิวของเราคล้ำเสีย อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูผิวจากความหมองคล้ำให้ดีขึ้นเป็นลำดับ เมื่อรับประทานแตงโมเป็นประจำก็จะช่วยให้ผิวแข็งแรง สามารถต่อต้านแสงแดดได้อีกชั้นหนึ่ง พร้อมกับเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวไม่ให้แห้งเสียอีกด้วย

    3. ถั่ว และธัญพืชต่างๆ

    ไม่ว่าจะเป็นวอลนัท เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจีย หรือเมล็ดกัญชง (hemp seeds) ก็ล้วนอุดมไปด้วยกรดไขมันที่มีประโยชน์อย่าง Omega-3 ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้เอง จำเป็นต้องได้รับจากอาหารบางชนิดนั่นเอง Omega-3 มีประโยชน์ต่อผิวของเราในการช่วยบรรเทาอาการอักเสบของผิวจากการถูกแสงแดด และช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับผิว มีอาการแสบร้อนน้อยลงเมื่อต้องโดนแสงแดด นอกจากธัญพืชแล้วในปลา และไข่ก็ยังเป็นแหล่งของ Omega-3 อีกเช่นเดียวกันค่ะ

    4. แครอต และผักใบเขียว

    เป็นที่ทราบกันดีว่า เบต้าแคโรทีน (beta carotene) เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากแครอต ซึ่งยังรวมไปถึงผักใบเขียวบางชนิดอย่าง ผักโขม และผักเคล เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว ร่างกายจะเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนเหล่านั้นเป็นวิตามิน A ที่มีประโยชน์ต่อผิวของเราอย่างมากเลยทีเดียว หนึ่งคือช่วยเสริมเกราะป้องกันสะท้อนแสงแดด ไม่ให้ทำลายผิว สองคือช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ปราศจากริ้วรอยเหี่ยวต่างๆ และสามคือช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อนๆ ควรรับประทานผักเป็นประจำเพื่อสะสมแร่ธาตุ และสารอาหารให้ผิวแข็งแรง

    5. ชาเขียว

    ในผลงานศึกษาวิจัยปี 2012 เกี่ยวกับสรรพคุณของชาเขียว พบว่า สาร EGCG หรือ คาเทชิน (catechins) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบได้ในส่วนต่างๆ ของทั้งชาเขียว และชาดำ มีฤทธิ์ช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็งผิวหนังอันมีสาเหตุมาจากการโดนแสงแดดเป็นเวลานานได้ดี อีกทั้งยังปกป้องผิวจากแสง UVA อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาสมดุลคอลลาเจนในร่างกายให้เป็นปกติ เพราะคอลลาเจนเป็นกลุ่มโปรตีนที่สำคัญต่อชั้นผิว ช่วยให้นุ่มซุ่มชื้น มีความยืดหยุ่น และกระชับ บอกลาริ้วรอยก่อนวัย และสาเหตุอื่นๆ ของผิวเสียได้เป็นอย่างดี

    6. กะหล่ำดอก

    มาถึงอันดับสุดท้ายของเราในวันนี้คือ กะหล่ำดอก หรือ cauliflower นั่นเองค่ะ เพื่อนๆ อาจจะไม่เชื่อว่าผักที่มีปราศจากสีสันชนิดนี้จะช่วยป้องกันแสงแดดได้อย่างไร ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่า ต้นกะหล่ำดอก เป็นอีกแหล่งของสารต่อต้านอนุมูลอิสระไม่แพ้ผักชนิดอื่นๆ เมื่อรับประทานเป็นประจำ จะช่วยให้ผิวแข็งแรง กำจัดอนุมูลอิสระที่แฝงมากับแสงแดด พร้อมกับดูดซับรังสี UV ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     อันตรายจากแสงแดดเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะทำให้ผิวคล้ำเสียแล้วก็ยังมีโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าการแก้ในภายหลังอย่างแน่นอน ทั้งนี้ การทานผักผลไม้ก็ยังจะปลอดภัยกับสุขภาพ ทำให้ร่างกายได้รับคุณประโยชน์อีกมากมาย ฉะนั้นแล้ว อย่ารีรอที่จะเริ่มต้นดูแลผิวพรรณกันนะคะ




Source: www.healthline.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: