Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

แพทย์แนะอาการท้องผูก รู้ก่อน ป้องกันได้

แพทย์แนะอาการท้องผูก รู้ก่อน ป้องกันได้



      โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ แนะผู้ที่มีอาการท้องผูกควรฝึกให้มีนิสัยการขับถ่ายที่ดี ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและรับประทานอาหาร ดื่มน้ำมากๆ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่ออนามัยที่ดี ลดเสี่ยงปัญหาสุขภาพ

    ท้องผูกเป็นอาการที่พบได้บ่อย เมื่อลำไส้มีการบีบตัวหรือเคลื่อนตัวช้าในระหว่างการย่อยอาหาร ทำให้ไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระออกจากระบบทางเดินอาหารได้ตามปกติ

      โดยลักษณะอาการที่เป็นสัญญาณแจ้งเตือนคือ การถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์หรือน้อยกว่าปกติที่เคยเป็น อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง เป็นเม็ดเล็กๆ รู้สึกถ่ายอุจจาระไม่ออกหรือถ่ายได้ไม่สุดถ่ายอุจจาระออกได้ยาก ต้องใช้แรงเบ่งมากมีอาการเจ็บขณะถ่ายอุจจาระอีกทั้งอาจมีอาการท้องอืดปวดท้องหรือปวดเกร็งบริเวณหน้าท้องร่วมด้วย ผู้ที่มีอาการดังกล่าวเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 3 เดือน อาการท้องผูกธรรมดาอาจพัฒนากลายเป็นท้องผูกเรื้อรังที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนบางอย่างได้ ได้แก่ โรคริดสีดวงทวาร การเกิดแผลแตกรอบๆทวารหนัก และอาจก่อให้เกิดอาการลำไส้อุดตันได้ ดังนั้น หากพบความผิดปกติในการถ่ายอุจจาระเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยหาสาเหตุไม่ได้ อีกทั้งมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อ่อนเพลีย น้ำหนักลดลงผิดปกติ ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดแม้พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและรับประทานอาหารแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่อาจซ่อนความผิดปกติไว้

    สาเหตุของอาการท้องผูกที่พบบ่อย ได้แก่ การอั้นอุจจาระ การรับประทานอาหารที่มีปริมาณเส้นใยไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย (โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ) การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาระงับปวด ยาลดกรด ยารักษาความดันโลหิตสูงบางชนิด ยาบำรุงที่มีธาตุเหล็ก ยาขับปัสสาวะ ดื่มน้ำน้อย มีน้ำหนักตัวมากหรือน้อยเกินไป ปัญหาความเครียด ตลอดจนปัญหาทางด้านจิตใจ

    อย่างไรก็ตามอาการท้องผูกสามารถรักษาได้หลายวิธี ได้แก่ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและรับประทานอาหาร เช่น การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง โดยเฉพาะผัก ผลไม้และธัญพืช ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 8 – 10 แก้วต่อวัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ขับถ่ายให้เป็นเวลาในแต่ละวัน และไม่ควรใช้ยาระบายติดต่อกันเป็นเวลานาน

     หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยการใช้ยา สามารถแบ่งออกได้หลายชนิด เช่น เส้นใยหรือไฟเบอร์ มีสารที่มีคุณสมบัติในการดูดน้ำได้ดี อุจจาระจึงนิ่มและถ่ายออกได้ง่าย ยาระบายกลุ่มกระตุ้น ช่วยกระตุ้นจังหวะการบีบตัวของลำไส้ให้ทำงานดีขึ้น ยาระบายกลุ่มออสโมซิส ช่วยออกฤทธิ์ดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่ลำไส้ใหญ่มากขึ้นทำให้อุจจาระไม่แห้งและแข็งจนถ่ายออกลำบากยาช่วยหล่อลื่นอุจจาระยาเหน็บและการสวนอุจจาระเป็นต้นทั้งนี้ควรดูแลรักษาสุขภาพและรับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและมีอนามัยที่ดีอยู่เสมอ


กรมการแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน