Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

ภัยร้าย 6 ประการที่ซ่อนอยู่ในน้ำเชื่อมข้าวโพด (corn syrup)

ภัยร้าย 6 ประการที่ซ่อนอยู่ในน้ำเชื่อมข้าวโพด (corn syrup)



    หากพูดถึงสารให้ความหวานในอาหาร เครื่องดื่ม หรือขนมต่างๆ ก็ต้องบอกเลยว่าสามารถแยกประเภทได้หลากหลายทีเดียว วันนี้เราจะมาพูดถึงน้ำเชื่อมข้าวโพด (corn syrup) หรือแบะแซซึ่งเป็นสารให้ความหวานที่ผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอนให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันค่ะ

    น้ำเชื่อมข้าวโพดชนิดฟรุ๊กโตสสูง (High-Fructose Corn Syrup) ผ่านกรรมวิธีการเติมน้ำตาลฟรุ๊กโตสและกลูโคสสังเคราะห์ลงไปจำนวนมาก นิยมนำมาใช้เป็นประกอบอาหารหลากชนิดทั้งน้ำอัดลม น้ำผลไม้กล่อง เครื่องดื่มชูพลัง ชานมไข่มุก เบเกอรี่ ขนมปัง ขนมขบเคี้ยว และอาหารแปรรูปต่างๆ ถึงแม้ว่าอาหารเหล่านี้จะอร่อย และเป็นที่ถูกปากของใครหลายๆ คน แต่เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่า เรากำลังรับประทานสารพิษเข้าไปโดยไม่รู้ตัวเพราะเจ้าน้ำเชื่อมข้าวโพดนั่นเอง

    เราไปดูกันดีกว่าทำไมน้ำเชื่อมข้าวโพดชนิดฟรุ๊กโตสสูงจึงเป็นอันตรายต่อร่างกาย

    1. เป็นแหล่งของน้ำตาลฟรุ๊กโตสจำนวนมาก
    น้ำเชื่อมข้าวโพดเป็นวัตถุดิบที่มีการเติมน้ำตาลฟรุ๊กโตสลงไปในปริมาณมาก ร่างกายจำเป็นต้องใช้ตับในการเผาผลาญเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานซึ่งมีวิธีการที่ซับซ้อน เสี่ยงต่อการตกค้างและเป็นอันตรายได้ง่าย

    2. เปลี่ยนเป็นไขมันได้ง่าย
    รู้หรือไม่ว่า น้ำเชื่อมข้าวโพดชนิดฟรุ๊กโตสสูง มีฤทธิ์ในการเปลี่ยนตัวมันเองเป็นไขมันได้อย่างง่ายดาย เมื่อบริโภคในปริมาณมาก สาเหตุก็เพราะว่าตับซึ่งเป็นอวัยวะในการเผาผลาญฟรุ๊กโตสให้กลายเป็นสารไกลโคเจน (glycogen) หรือคาร์โบไฮเดรตที่สะสมไว้ในร่างกายและนำออกมาใช้เมื่อต้องการ แต่ก็เผาผลาญได้ในปริมาณจำกัดเท่านั้น เมื่อร่างกายได้รับฟรุ๊กโตสมากเกินประสิทธิภาพของตับก็จะกลายเป็นไขมันนั่นเองค่ะ ในระยะยาวไขมันเหล่านี้อาจพัฒนาไปเป็นโรคร้ายต่างๆ เช่น ภาวะไขมันคั่งในตับ และโรคเบาหวานชนิดที่สองได้

    3. เสี่ยงเป็นโรคอ้วนและน้ำหนักเกินมาตรฐาน
    จากผลการวิจัยระยะยาวชิ้นหนึ่งพบว่า ปริมาณน้ำเชื่อมข้าวโพดชนิดฟรุ๊กโตสที่มากเกินไปในร่างกาย สามารถพัฒนาไปเป็นโรคอ้วนได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากฟรุ๊กโตสในของหวาน หรือเครื่องดื่มต่างๆ จะไปยับยั้งประสิทธิภาพการควบคุมความต้องการของหวานในสมอง ทำให้เราทานหรือดื่มได้เรื่อยๆ นอกจากนี้ฟรุ๊กโตสยังจะเพิ่มปริมาณไขมันในช่องท้อง หรือ Visceral Fat ซึ่งถือว่าเป็นไขมันตัวร้ายอีกชนิดหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นไขมันที่มีความแข็งกว่าไขมันอื่นๆ ทั่วไป อีกทั้งยังมีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ โรคเบาหวาน และความดันสูงได้อีกด้วย

    4. สาเหตุของโรคเบาหวาน
    โรคเบาหวาน เป็นอีกโรคที่เปรียบเสมือนภัยเงียบ และมักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวในขณะที่เราเอ็นจอยกับขนมหวาน อาหาร หรือเครื่องดื่มเติมน้ำตาลต่างๆ แต่เมื่อเพื่อนๆ บริโภคอาหารที่เต็มไปด้วยฟรุ๊กโตสก็จะทำให้ร่างกายเสี่ยงกับภาวะดื้ออินซูลิน (insulin resistance) ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและพัฒนาไปเป็นโรคเบาหวานได้ เนื่องจากอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่มีหน้าที่นำกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานในส่วนต่างๆ ของร่างกายนั่นเอง

    5. เพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่นๆ
    นอกจากโรคเบาหวาน โรคอ้วน หรือความดันโลหิตแล้ว ฟรุ๊กโตสยังเป็นกลุ่มน้ำตาลอีกชนิดหนึ่งที่อันตรายต่อสุขภาพโดยการเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่นๆ เช่นมะเร็ง เนื่องจากน้ำตาลเป็นส่วนประกอบที่ทำให้เซลล์ในร่างกายเกิดการอักเสบ ทำให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ร่างกายยังจะผลิตสารอันตรายที่ชื่อว่า AGEs ซึ่งมีฤทธิ์ก่อให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นตามใบหน้าและผิวพรรณ ทำให้ผิวของเพื่อนๆ ดูแก่กว่าวัยนั่นเองค่ะ

    6. ปราศจากคุณค่าทางสารอาหาร
    น้ำเชื่อมข้าวโพดเป็นวัตถุดิบที่มีปริมาณแคลอรี่สูง ซึ่งตรงกันข้ามกับคุณค่าทางสารอาหารชนิดอื่นๆ ที่แทบจะไม่มีในวัตถุดิบดังกล่าวเลยทีเดียวค่ะ หากรับประทานบ่อยครั้ง ร่างกายของเพื่อนๆ ก็จะมีแนวโน้มขาดสารอาหารที่จำเป็นได้ง่าย ทำให้เสี่ยงต่อโรคหรืออาการเจ็บป่วยต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น

      เรียกได้ว่าเป็นภัยเงียบที่แฝงมากับอาหารสุดโปรดโดยที่เราแทบไม่รู้ตัวเลยจริงๆ ค่ะ หากร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณที่พอดีก็จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ถ้ามากเกินไปก็จะเสี่ยงกับภาวะโรคต่างๆ ได้มากมาย ฉะนั้นเพื่อนๆ จึงควรศึกษา และใส่ใจในวัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาประกอบอาหาร นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกใช้สารให้ความหวานอื่นๆ ที่มีความปลอดภัย เช่น น้ำตาลหญ้าหวาน เป็นต้น หรือจะเลือกรับประทานผัก และผลไม้เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำตาลจากธรรมชาติซึ่งปลอดภัยกว่าแน่นอน


Sources: www.healthline.com
www.honestdocs.co

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน