Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

คุณค่าจากน้ำผึ้ง

คุณค่าจากน้ำผึ้ง



     น้ำผึ้งได้ชื่อว่าเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนมากที่สุดชนิดหนึ่ง ซึ่งมนุษย์ทุกชาติทุกภาษาต่างรู้จักใช้ประโยชน์จากน้ำผึ้งมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว และสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

    - ให้พลังงาน น้ำผึ้งเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ดี เนื่องจากในน้ำผึ้งมีน้ำตาลที่ย่อยง่ายอยู่ถึงร้อยละ 70 เช่น น้ำตาลกลูโคส และน้ำตาลฟรักโทส ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ เป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้กำลังมาก เช่น นักกีฬา ถ้าได้ดื่มน้ำผึ้งหลังออกกำลังกายจะรู้สึกสดชื่น หายเหนื่อยง่าย และฟื้นคืนกำลังได้อย่างรวดเร็ว หรือผู้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร หรือเด็กที่กำลังเจริญเติบโต ถ้าดื่มน้ำผึ้งเป็นประจำก็จะช่วยเพิ่มพลังงานที่ดีให้กับร่างกายได้อีกทางหนึ่ง

    - โปรตีนและไขมัน แม้ว่าน้ำผึ้งจะมีโปรตีนและไขมันจำนวนน้อย แต่ก็มีคุณค่าทางอาหารสูงสุด เพราะอยู่ในรูปของโมเลกุลที่เล็กที่สุด คือ กรดอะมิโน และกรดไขมัน ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที

    - บำรุงสุขภาพ เนื่องจากในน้ำผึ้งมีสารกระตุ้นปฏิกิริยาทางชีวภาพหลายชนิด เช่น เอนไซม์ วิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการ ควบคุมการทำงานของระบบประสาทในร่างกายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นถ้าเรากินน้ำผึ้งเป็นประจำก็จะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้ด้วย

    - ผสมในอาหาร อาหารหลายชนิดถ้าใช้น้ำผึ้งเป็นส่วนประกอบจะช่วยแต่งกลิ่นหรือปรุงรสของอาหารให้น่ากินมากขึ้น เช่น ผสมกับนมสดหรือนมเปรี้ยว ลูกกวาด เค้ก แยม ขนมปัง ไอศกรีม หรือราดบนผลไม้ต่างๆ เป็นต้น

    - ช่วยถนอมอาหาร น้ำผึ้งถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง หรืออาหารหมักดองต่างๆ เพื่อให้เก็บอาหารชนิดนั้นๆ ไว้ได้นานวันขึ้น

    - ผสมในอาหารสัตว์ มีการนำน้ำผึ้งมาผสมในอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างโค ซึ่งช่วยให้โคโตเร็ว มีน้ำนมมาก และน้ำหนักดี หรือผสมในอาหารไก่ ทำให้ไก่มีไข่ดก และลูกเจี๊ยบเติบโตเร็ว

คุณค่าทางยา

    คุณค่าทางยาของน้ำผึ้งเป็นที่ประจักษ์กันมาตั้งแต่ครั้งโบราณแล้ว ยิ่งปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับข้อดีของน้ำผึ้งออกมาเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้มีผู้หันมาสนใจบริโภคน้ำผึ้งหรือใช้น้ำผึ้งเป็นยารักษาอาการเจ็บป่วยกันมากขึ้น ประโยชน์ของน้ำผึ้งในการสร้างเสริมสุขภาพ และรักษาโรคต่างๆ มีหลายสูตรหลายขนาน สามารถใช้ได้กับคนทุกเพศทุกวัย และไม่แสลงต่อโรคใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้องค์การอาหารและยาของออสเตรเลีย ก็อนุมัติให้น้ำผึ้งเป็นยาที่ใช้ในการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

คุณค่าด้านความงาม

    ประโยชน์ของน้ำผึ้งในการนำมา บำรุงผิวพรรณ หรือผสมในเครื่องสำอางชนิดต่างๆ ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ เพราะผู้หญิงที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างพระนางคลีโอพัตรา หรืออีกหลายๆ คน ก็ใช้น้ำผึ้งเป็นเครื่องประทินโฉมมาตั้งนานแล้ว คุณสมบัติที่โดดเด่นของน้ำผึ้งอยู่ที่ความสามารถในการต่อต้านแบคทีเรีย โดยสารที่ชื่อว่า "ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์" ซึ่งเป็นสารต่อต้านแบคทีเรียที่ดีเยี่ยม และที่พิเศษกว่านั้นก็คือ สารชนิดนี้กำจัดเชื้อโรคได้โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อ นี่เองเป็นเหตุผลที่ทำให้น้ำผึ้งถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคผิวหนัง รวมถึงเรื่องความสวยความงาม

    นอกจากคุณสมบัติในการต่อต้านแบคทีเรียแล้ว น้ำผึ้งยังมีสารที่ให้ความชุ่มชื้นที่ทำให้ผิวพรรณอ่อนนุ่ม และมีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันผิวจากการทำลายของรังสียูวี และช่วยเสริมสร้างเซลล์ใหม่ให้แก่ผิวหนังด้วย วิธีที่ง่ายที่สุดในการใช้น้ำผึ้งบำรุงผิวที่แนะนำกันมาตั้งแต่สมัยคุณย่าคุณยายก็คือ ใช้น้ำผึ้งแท้ทาผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างด้วยน้ำ หรืออาจจะใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดออกจะรู้สึกได้ทันทีถึงผิวที่นุ่มเนียนขึ้น เครื่องสำอางที่มักใช้น้ำผึ้งเป็นส่วนประกอบ คือ ครีมพอกหน้า ครีมขัดหน้า สบู่ล้างหน้า หรือเจลล้างหน้า

ข้อควรระวังในการใช้น้ำผึ้ง

    แม้น้ำผึ้งจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ใช่ว่าจะใช้ได้กับทุกคน บุคคลที่มีปัญหาสุขภาพต่อไปนี้ ไม่ควรดื่มน้ำผึ้ง

    1. คนที่เป็นโรคเบาหวาน
    2. คนที่มักมีอาการอาหารไม่ย่อย และอาเจียนบ่อยๆ
    3. ไม่ควรให้เด็กอายุน้อยกว่า 1 ขวบดื่มน้ำผึ้ง เพราะในน้ำผึ้งอาจมี สปอร์ของเชื้อคลอสตริเดียมโบทูลินัม ปนเปื้อนอยู่ ซึ่งเชื้อนี้จะเจริญเติบโตได้ ในทางเดินอาหารของเด็กเล็ก  ทำให้เกิดสารพิษที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ กรณีดังกล่าวนี้แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่ระมัดระวังป้องกันไว้ก่อนย่อมปลอดภัยกว่า
    4. บางครั้งน้ำผึ้งอาจจะได้มาจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้ที่เป็นพิษ เช่น น้ำหวานจากดอกของต้นตาตุ่มทะเล ซึ่งเป็นไม้ชายเลนที่มีพิษ เมื่อกินเข้าไปจะทำให้ท้องเดิน ดังนั้นก่อนซื้อน้ำผึ้งที่หาบเร่ขาย หรือขายอยู่ริมทาง ควรสอบถามถึงที่มาของน้ำผึ้งให้ละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงพิษภัยที่อาจเกิดขึ้นได้


มูลนิธิหมอชาวบ้าน/สสส.

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน