Facebook Twitter
gPlus 

เคล็ดลับสุขภาพ

5 เคล็ดลับเพื่อสุขภาพเท้าที่ดี ห่างไกลโรคเท้าแบน (flat feet)

5 เคล็ดลับเพื่อสุขภาพเท้าที่ดี ห่างไกลโรคเท้าแบน (flat feet)



     วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ผู้อ่านมาทำความรู้จัก โรคเท้าแบน (flat feet) ซึ่งเป็นลักษณะอาการอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับเท้าโดยที่เราอาจจะไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน เริ่มสงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่าโรคเท้าแบนคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร เดิมทีแล้ว โรคเท้าแบนก็คืออาการของฝ่าเท้าที่ไม่มีอุ้งเท้า (arch) หรือส่วนโค้งเว้า ทำให้ฝ่าเท้าแบน ราบไปกับพื้น สามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ แม้ว่าจะเป็นอาการที่ไม่อันตรายจนถึงชีวิต แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแลรักษาก็อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อ และกระดูกส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้เช่นเดียวกันค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันดีกว่าว่าเคล็ดลับในการดูแลฝ่าเท้าให้ห่างไกลจากภาวะดังกล่าวนี้มีอะไรบ้าง!

    1.หลีกเลี่ยงรองเท้าแตะ

    ถึงแม้ว่ารองเท้าแตะจะเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบาย ถ่ายเทอากาศได้ดี และเหมาะกับช่วงซัมเมอร์เป็นอย่างยิ่ง แต่หากใส่เป็นประจำ หรือบ่อยจนเกินไปก็ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพเท้าของเพื่อนๆ เท่าไหร่นัก เนื่องจากรองเท้าแตะ เป็นรองเท้าที่มีลักษณะแบน ไม่มีส่วนเสริมที่โค้งเว้าให้รับกับรูปเท้าของมนุษย์ เหตุนี้จึงอาจทำให้รูปเท้าของเราเกิดความผิดปกติได้นั่นเองค่ะ

    2.เลือกซื้อหรือสวมใส่รองเท้าที่ช่วยเสริมอุ้งเท้า

    รองเท้าที่มีลักษณะแบน หรือสูงเกินไปอาจไม่เหมาะกับรูปเท้า และอาจก่อให้เกิดความเจ็บปวด หรือรู้สึกไม่สบายเท้าขณะสวมใส่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพื่อนๆ จึงควรเลือกซื้อ หรือสวมใส่รองเท้าที่ถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อให้สามารถรองรับ หรือเสริมอุ้งเท้าซึ่งเป็นสรีระตามธรรมชาติของแต่ละบุคคล อาจเป็นการยากเสียหน่อยในการทดลองหารองเท้าหลากหลายสไตล์ และยี่ห้อ แต่เชื่อเถอะ ค่ะว่าเมื่อเพื่อนๆ ได้เจอรองเท้าที่ถูกใจแล้ว ชีวิตของเพื่อนๆ จะง่ายขึ้นอย่างแน่นอน

    3.หาอุปกรณ์เสริมสำหรับรองเท้า

    สำหรับคุณผู้อ่านที่มีรองเท้าคู่โปรดอยู่แล้ว หรือที่พ่ายแพ้ให้กับความสวยงามของรองเท้าแบบต่างๆ แต่ยังรู้สึกว่ารองเท้าเหล่านั้นสวมใส่ไม่สบาย และมีอาการปวดที่เท้าเป็นระยะ เราก็มีหนทางแก้ไขมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ทราบเช่นเดียวกัน ค่ะ เนื่องจากในปัจจุบันวงการผลิตรองเท้านั้นมีความก้าวหน้าไปมากโดยที่เพื่อนๆ สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์เสริมสำหรับรองเท้า หรือฐานรองเท้า (insole) ให้เข้ากับรูปเท้าของ ตนเองได้ง่ายๆ อย่างแน่นอนค่ะ

     4.เลือกรองเท้าให้เหมาะกับกิจกรรมที่ทำ

     สาเหตุที่โลกนี้มีรองเท้าหลากดีไซน์ ทั้งสีสัน รูปทรง ไปจนถึงวัสดุที่นำมาผลิตนั้นก็เพราะว่าเราควรเลือกรูปแบบของรองเท้าให้เหมาะสมกับไล ฟ์สไตล์ หรือกิจกรรมที่ทำในแต่ละครั้งนั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน เข้าสังคม ท่องเที่ยว หรือ ออกกำลังกาย หากเพื่อนๆ เป็นนักออกกำลังกายตัวยงก็ควรเลือกรองเท้าที่ช่วยเสริม และปกป้องเท้าของเราจากการบาดเจ็บไปพร้อมๆ กัน ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคะว่า เพียงแค่การออกกำลังกายต่างชนิดกัน เช่นการวิ่ง และการตีเทนนิส รองเท้าที่ออกแบบมาก็ไม่เหมือนกันเสียแล้ว สำหรับคุณผู้อ่านที่อยากเริ่มออกกำลังกาย และกำลังมองหารองเท้าดีๆ สักคู่ เราขอแนะนำให้เลือกรองเท้าชนิด cross-training ที่มีความ ยืดหยุ่น และเคลื่อนไหวได้สะดวก สามารถออกกำลังกายได้หลากหลาย แต่ขอแนะนำว่ารองเท้าแบบ ดังกล่าวนี้ ไม่เหมาะกับการนำไปใช้เพื่อการวิ่งนะคะ เพื่อนๆ ควรเลือกซื้อรองเท้าสำหรับวิ่งเฉพาะ มากกว่าค่ะ

    5.หาเวลาให้เท้าได้พัก

    วิธีที่ดี และง่ายไม่แพ้กันในการปกป้องเท้าของเพื่อนๆ ให้ใช้งานได้อย่างเป็นปกติก็คือ หมั่นหา เวลา หรือช่วงเวลาสั้นๆ ให้เท้าได้พักผ่อนหลังจากเดินมาเกือบตลอดทั้งวันนั่นเอง โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งคุณผู้อ่านสาวๆ และหนุ่มๆ ที่จำเป็นต้องใส่รองเท้าที่ไม่สามารถอำนวยความสะดวกสบายให้กับเท้าได้มากนัก แม้ว่าการเดินเกือบตลอดทั้งวันจะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเท้าเท่าไหร่นัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันสามารถสร้างอาการปวดได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ฉะนั้นหากมีเวลาว่าง สักเล็กน้อย อย่าลืมให้เท้าได้ออกมาพักกันบ้างกันนะคะ

    นอกจากนี้เรายังมีเคล็ดลับง่ายๆ ในการบริหารรูปเท้าเพียงวันละ 5 นาที ด้วยการยืนหรือเดินบนปลายเท้าโดยไม่ให้ส้นเท้าแตะพื้น เมื่อทำเป็นประจำทุกวันก็จะเป็นการช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับอุ้งเท้า และค่อยๆ บรรเทาอาการปวดไปพร้อมๆ กัน

    เพื่อนๆ เห็นไหมคะว่า อวัยวะที่ดูเหมือนจะไม่สำคัญ หากลองใส่ใจดีๆ แล้วจะรู้ว่า เท้า ก็เป็นอวัยวะที่สำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ในร่างกายเลยทีเดียว ถ้าอยากให้เท้าอยู่คู่กับเราเป็นอวัยวะที่สามารถพาเพื่อนๆ ไปไหนมาไหนได้ตามใจก็อย่าลืม ดูแล และหมั่นสังเกตความผิดปกติอย่างใกล้ชิดเพื่อการรักษาอย่างทันท่วงทีนะคะ


Sources: www.healthline.com
www.pt.mahidol.ac.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน