แฟชั่น สุขภาพ ลดน้ำหนัก แต่งหน้า Fashion ความรัก ความงาม เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น ทรงผม

“เห็ดหลินจือแดง - โสม” ราชาสมุนไพร ในยุค 4.0



     ในยุคสมัยปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับเราในทุกเรื่อง ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน เทคโนโลยีถึงแม้จะตอบโจทย์ให้เราทำอะไรสะดวกรวดเร็วก็ตาม แต่หากเราพึ่งพาเทคโนโลยีมากไป สมองและร่างกายเราอาจขาดสมดุลในเชิงธรรมชาติได้ ทำให้เกิดโรคมากมายที่คนในยุค 4.0 เจอกันบ่อยมากนั่นก็คือ โรคเครียด โรคซึมเศร้า เพราะเราอยู่กับตัวเองมากไป ไม่มีปฎิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งหากเราละเลยไม่ดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ เทคโนโลยีอาจส่งผลร้ายทำลายสุขภาพของเราได้อย่างไม่รู้ตัว ดังนั้น เพื่อป้องกันการเกิดภาวะดังกล่าว เราควรอยู่กับธรรมชาติบ้างเพื่อให้ร่างกายซึ่งถือเป็นสภาวะทางธรรมชาติได้ปรับตัวทำให้เกิดสมดุล การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยดึงเราให้กลับคืนสู่ธรรมชาติได้ นอกจากอาหารจากธรรมชาติแล้ว ในทางบำบัดรักษาโรคนอกจากยาแผนปัจจุบันแล้ว หลายๆคนเริ่มหันมาใช้สมุนไพรในการดูแลุขภาพกันมากขึ้น สมุนไพรในศาสตร์แพทย์จีนมีหลากหลายชนิด แต่จะมีสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ถือว่าเป็นราชาสมุนไพรชั้นสูง เพราะถ้าเลือกใช้ให้เหมาะสมจะสามารถรับประทานติดต่อกันได้เป็นเวลานานซึ่งถือว่าเป็นสมุนไพรอายุวัฒนะ และมีประวัติการใช้งานมายาวนานในการดูแลสุขภาพ ตัวอย่างเช่น เห็ดหลินจือ และโสม

     เห็ดหลินจือ จัดเป็นยาจีนที่ใช้กันมายาวนานกว่า 2,000 ปีแล้ว (Chinese traditional medicine) เห็ดหลินจือ ที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมีมากมายกว่า 100 สายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่นิยมและมีสรรพคุณทางยาที่ดีที่สุดคือ สายพันธุ์สีแดง หรือ เห็ดหลินจือแดง หรือ Ganoderma lucidum (กาโนเดอร์ม่า ลูซิดั่ม) เห็ดหลินจือแดงมี Polysaccharide (สารพอลิแซ็กคาไรด์) ซึ่งจะช่วยยับยั้งและบรรเทาอาการต่าง ๆ โดยแต่ละชนิดจะมีปริมาณสารพอลิแซ็กคาไรด์ในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป มีการศึกษาและวิจัยซึ่งชี้ให้เห็นว่า เห็ดหลินจือแดงมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันในเลือดและลดน้ำตาลในเลือดได้ เห็ดหลินจือแดงยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในการป้องกันโรคมะเร็งและโรคเรื้อรังอื่น ๆ ให้กับร่างกายได้

    โสม (Ginseng) ซึ่งประเทศจีนเป็นประเทศแรกที่ใช้ “โสม” มานานกว่า 4,000 ปี แต่เริ่มมีการบันทึกอย่างเป็นทางการตั้งแต่สมัย ชุนชิว (??) ในหนังสือ “ตำราสมุนไพรจีน” ที่ชื่อว่า เสินหนง เปิ่นเฉ่าจิง (?? ???) ได้บันทึกไว้ว่า โสม มีรสหวาน บำรุงอวัยวะทั้ง 5 (หัวใจ ปอด ตับ ม้าม และไต) โสมมี Ginsenoside (สารจิงเซงโนซายด์) ซึ่งจะช่วยบำรุงสมอง สายตา ถ้ารับประทานเป็นประจำ จะทำให้อายุ ยืนยาว นอกจากนี้ตามงานวิจัยระบุว่าโสมมีฤทธิ์ในการบำรุงสมองและระบบประสาท ป้องกันอัลไซเมอร์ ต่อต้านความเมื่อยล้า ทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ลดอาการข้างเคียงสำหรับผู้ที่ตกอยู่ในภาวะวัยทอง และยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้อีกด้วย

     ในยุค 4.0 นี้ไม่มีใครกล้าปฎิเสธความก้าวหน้าของเทคโนโยโลยีได้ เพราะเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา ทางด้านการแพทย์ก็เช่นเดียวกันเทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเราให้สะดวกสบายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น สมัยก่อนการเลือกกินสมุนไพรเราต้องนำสมุนไพรนั้น ๆ มาต้มกิน กระบวนการยุ่งยากและรับประทานยาก แต่ปัจจุบันมีการนำสารสำคัญของสมุนไพรมาสกัดบรรจุในแคปซูลหลายรูปแบบซึ่งทำให้ได้คุณประโยชน์ที่จำเป็นต่อร่างกาย รับประทานง่าย อย่างโสม และ หลินจือแดง ก็เป็นสมุนไพรยอดนิยมที่ใช้กันในท้องตลาด เพื่อให้ผู้บริโภคได้สารสำคัญของ 2 คุณประโยชน์ในแคปซูลเดียว อย่างไรก็ตามจะต้องไม่ลืมว่า สุขภาพที่ดีต้องสร้างด้วยตัวเราเองเป็นหลัก สมุนไพรเสริมเป็นเพียงตัวช่วยอีกทางหนึ่งในการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีเท่านั้นครับ


โดยศาสตราจารย์ คลินิกแพทย์จีน นพ.ภาสกิจ วัณนาวิบูล ที่ปรึกษาศูนย์สุขภาพเนเจอร์ไบโอเทค

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: