ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

โรคกระเพาะหายได้ด้วยการเลือกทาน และไม่ทาน!



     จากบทความก่อนหน้าที่เราได้แนะนำวิธีป้องกันโรคกระเพาะอย่างง่ายกันไปแล้ว วันนี้เราก็นำรายการอาหารที่เหมาะสมแก่การรับประทานเพื่อบรรเทาอาการโรคกระเพาะมาฝากเพื่อนๆ กันอีกด้วยค่ะ อีกทั้งยังมีรายการอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงที่รักษาโรคดังกล่าวมาแถมให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอย่างจุใจแน่นอน เราไปเริ่มกันที่กลุ่มอาหารที่ควรทานเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากเพื่อนๆ กำลังเป็นโรคกระเพาะอาหารกันดีกว่าค่ะ

    1. อาหารที่เป็นแหล่งของสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

    มีผลงานวิจัยจาก Maryland University ที่รองรับว่าอาหารซึ่งอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระจะมีประสิทธิภาพช่วยบรรเทาอาการอักเสบของกระเพาะอาหาร พร้อมกันนั้นยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราห่างไกลจากโรคต่างๆ ได้อีกด้วย สำหรับแหล่งอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณมากนั้น แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นผัก และผลไม้นานาชนิดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ นอกจากนี้ยังมีแหล่งอาหารอีกจำนวนหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร เช่น หัวหอม กระเทียม พริกหวาน หน่อไม้ฝรั่ง เซเลอรี่ ขิง ขมิ้น และสาหร่ายเป็นต้น

    2. ทานแบคทีเรียดีมีประโยชน์

    โดยปกติแล้วในลำไส้ของมนุษย์เราจะมีโปรไบโอติกส์ (Probiotics) หรือแบคทีเรียดีซึ่งมีประโยชน์ ช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่ก่อโรค พร้อมกับย่อย และดูดซึมอาหารเพื่อนำไปใช้ในร่างกาย แต่เมื่อเจ้าโปรไบโอติกส์ต้องคอยต่อสู้กับกับแบคทีเรียชนิดร้าย ก็อาจจะไม่เพียงพอ ฉะนั้นเราจึงต้องช่วยเติมเต็มแบคทีเรียดีเข้าไปในร่างกายด้วยการทานอาหารประเภทหมักดอง เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ เป็นต้น อาหารเหล่านี้จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการอักเสบ และโรคที่เกี่ยวกับกับกระเพาะอาหาร

    3.กระเทียม

    เพื่อนๆ ผู้อ่านบางท่านอาจจะไม่ชื่นชอบกลิ่นและรสของกระเทียม แต่ถ้าหากคุณกำลังประสบกับปัญหากระเพาะอาหารอักเสบอยู่ กระเทียมก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียวค่ะ เนื่องจากในกระเทียมจะมีสารต้านอาการอักเสบ อีกทั้งยังมีโปรไบโอติกส์ซึ่งช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี เพื่อนๆ สามารถรับประทานในแบบสด หรือนำไปปรุงอาหารก็ได้ประโยชน์ไม่ต่างกันแน่นอน

    4.ชะเอมเทศ

    ชะเอมเทศ คือชื่อสมุนไพรพื้นเมืองทางแถบยุโรป และเอเชียตะวันออกเฉียง มีสรรพคุณเพื่อบำบัดรักษาโรคได้มากมาย เช่นเดียวกันกับโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และโรคซึ่งเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เพราะในชะเอมเทศเป็นแหล่งของตัวยาที่มีคุณประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยลดอาการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และยังอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

    5.อาหารที่มีไฟเบอร์สูง

    อาหารกลุ่มที่มีเส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์สูงนั้น นอกจากจะเป็นมิตรต่อระบบย่อยอาหารแล้วก็ยังช่วยต้านโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้มากถึง 60% เลยทีเดียวค่ะ ฉะนั้น อย่ารอช้าที่จะเติมไฟเบอร์ลงในมื้ออาหารของเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น อัลมอนต์ เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์ ถั่วฝักยาว และธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ควินัว ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง เป็นต้น

    6.กรดไขมันดี

    กรดไขมันดีเป็นสารอาหารอีกหนึ่งชนิดที่เป็นมิตรต่อระบบย่อยอาหารของเรา เนื่องจากสามารถย่อยได้ง่าย ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร อีกทั้งยังช่วยลดกรดเกินในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย กลุ่มอาหารกรดไขมันดีที่สามารถหาซื้อมารับประทานได้ง่ายก็คือ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก และอาโวคาโด้ เป็นต้น

    เพื่อนๆ ผู้อ่านคงเข้าใจถึงวิธีการป้องกันโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้ง่ายๆ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่ก็ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้อย่างแน่นอน ในกรณีสำหรับคุณผู้อ่านที่กำลังประสบกับโรคดังกล่าวนี้ เราก็มีรายการอาหารต้องห้ามรับประทานมาฝากเช่นเดียวกันค่ะ รับรองเลยว่าต้องเป็นจานโปรดของเพื่อนๆ หลายคนในนี้แน่นอน

    1.ผลไม้รสเปรี้ยว
    ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอย่าง ส้ม มะนาว เลมอน และเกรปฟรุ๊ต หากรับประทานในปริมาณมากก็อาจส่งผลต่อกระเพาะอาหารให้เกิดการอักเสบ และปวดท้องได้ เนื่องจากผลไม้ตระกูลนี้เป็นผลไม้ที่มีกรดไม่น้อยเลยทีเดียว หากเพื่อนๆ ต้องการรับประทานก็ควรจะรักษาอาการอักเสบให้หายเสียก่อน

    2.มะเขือเทศ
    มะเขือเทศเป็นพืชผักที่มีกรดไม่แพ้ผลไม้ตระกูลส้ม ฉะนั้นแล้ว หากเพื่อนๆ รับประทาในขณะที่เป็นโรคกระเพาะอักเสบก็จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้เช่นเดียวกัน

    3.ผลิตภัณฑ์จากนม
    แคลเซียม และกรดอะมิโนบางชนิดในผลิตภัณฑ์จากนมจะเป็นตัวกระตุ้นให้กระเพาะอาหารผลิตกรดที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งกรดที่มากขึ้นก็จะทำให้โรคกระเพาะรุนแรงยิ่งขึ้นเช่นกัน

     นอกจากนี้ยังมีอาหารบางชนิดที่เพื่อนๆ ควรหลีกเลี่ยงในช่วงที่เป็นโรคกระเพาะ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ และอาหารที่มีรสชาติเผ็ดจัดจ้านเกินไป ถึงแม้ว่าเหล่านี้จะเป็นอาหารจานโปรดของเพื่อนๆ แต่ถ้าหากฝืนทานเป็นประจำก็จะให้อาการป่วยรุนแรงขึ้นจนสามารถพัฒนาไปเป็นโรคมะเร็งที่กระเพาะอาหารได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วในอนาคตก็อาจไม่มีโอกาสได้ทานอาหารที่ชอบเหมือนเช่นเคย มาดูแลสุขภาพกันก่อนสายเกินไปดีกว่าค่ะ


Source: www.davidwolfe.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: