ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

หลอดลมอักเสบ ต้นเหตุอาการไอเรื้อรัง



      โรคหลอดลมอักเสบเป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุหลอดลม ซึ่งเป็นท่อที่นำลมหรืออากาศหายใจเข้าสู่ปอด เมื่อเยื่อบุหลอดลมบวมมีเสมหะส่งผลให้ อากาศไหลผ่านหลอดลมเข้าปอดได้ไม่ดี หายใจลำบาก ทำให้เกิดอาการไอ ไอแห้ง หรือ ไอมีเสมหะ และอาจมีอาการอื่นๆคล้ายโรคหวัดร่วมด้วย เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล มีไข้ต่ำ โดยอาการของโรคหลอดลมอักเสบมักหายได้เองภายใน 7-10 วัน แต่อาการไอแห้งอาจ เป็นได้นานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน ทั้งนี้ โรคหลอดลมอักเสบแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

    1. โรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลัน ส่วนใหญ่เป็นอาการที่เกิดจากเชื้อไวรัสทำให้เกิด อาการไอ มีเสมหะ โดยจะมีอาการไม่เกิน 3 สัปดาห์ ส่วนมากเป็นภายหลังไข้หวัดที่ไม่ได้ รับการรักษาหรือรักษาไม่ถูกวิธี ทำให้เชื้อลามลงไปถึงหลอดลม

    2. โรคหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง เป็นอาการที่เกิดจากการไอเรื้อรังมากกว่า 3 เดือน ติดต่อกันอย่างน้อย 2 ปี สาเหตุมาจาก ภาวะปอดอุดกั้นเรื้อรังจากการสูบบุหรี่เป็นระยะ เวลานาน และการสัมผัสกับมลภาวะเป็นระยะเวลานาน เช่น ฝุ่น ควัน

    โรคหลอดลมอักเสบสามารถป้องกันได้หลายวิธี ได้แก่

    1. พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ

    2. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ควัน ฝุ่น สารเคมี หรือสารระคายเคืองต่างๆ

    3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศเย็น และอากาศจากเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมโดยตรง เนื่องจากทำให้ร่างกายอ่อนแอ มีภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อลดลง และกระตุ้นเยื่อบุหลอด ลมให้อักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการไอมากยิ่งขึ้น

    4. ควรให้ความอบอุ่นร่างกายขณะนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เช่น การห่มผ้าหรือสวมเสื้อผ้า หนาๆ

    5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

     ทั้งนี้ควรดูแลรักษาสุขภาพและรับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็ง แรงและมีอนามัยที่ดีอยู่เสมอ หากพบอาการผิดปกติ เช่น ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอกเวลาไอ ไอมากจนรบกวนการรับประทานอาหารหรือการนอนหลับพักผ่อนควรรีบพบแพทย์เพื่อ ตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป


กรมการแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: