ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

แนะผู้ปกครอง พาบุตรหลานไปรับวัคซีนป้องกันโรคให้ครบ ระวังป่วยด้วยโรคคางทูม



    จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคคางทูมในประเทศไทย ปี 2562พบผู้ป่วยคางทูมแล้ว 1,466 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากสุดคือกลุ่มอายุ 15-24 ปี และพบมากในกลุ่มนักเรียนร้อยละ 39.6 จังหวัดที่พบผู้ป่วยสูงสุด 5 ลำดับแรกคือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ภูเก็ต และแม่ฮ่องสอน

    การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์ คาดว่าในช่วงนี้อาจพบผู้ป่วยโรคคางทูมเป็นกลุ่มก้อนได้ โดยเฉพาะในสถานที่มีคนอยู่อาศัยรวมกันหนาแน่น และพื้นที่ที่มีความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่ต่ำ

    โรคคางทูมเกิดจากเชื้อไวรัส เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจและการสัมผัสน้ำลายของผู้ป่วย อาการของโรคเริ่มจากมีไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตามตัว หลังจากนั้นจะมีอาการเจ็บบริเวณหน้าหูและขากรรไกร และมีต่อมน้ำลายข้างกกหูโตขึ้น มีอาการเจ็บแก้มและหู การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ ควรมีการแยกผู้ป่วยประมาณ10 วัน หลังจากเริ่มมีต่อมน้ำลายโต และควรหยุดไปโรงเรียนหรือหยุดงานเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

     วิธีป้องกันโรคคางทูมที่มีประสิทธิภาพ คือการฉีดวัคซีนป้องกันโรค โดยเป็นรูปแบบวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูมและหัดเยอรมัน (MMR) ในเด็กเล็กควรรับวัคซีนป้องกันโรค 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุ 9-12 เดือน และให้ซ้ำอีกครั้งเมื่ออายุ 2 ปี 6 เดือน ถ้าผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว



กรมควบคุมโรค

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: