ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

เพราะรัก จึงอยากให้ผัก



    ในช่วงเทศกาลแห่งความรักอย่าง “วันวาเลนไทน์” หลายคนกำลังมองหาของขวัญให้กับคนที่คุณรัก ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาสิ่งของเพื่อแทนความรู้สึกห่วงใย คิดถึง และเห็นผู้รับเป็นคนพิเศษ

    “ช่อดอกกุหลาบสวย ๆ” ดอกไม้ยอดนิยมที่มักมอบให้แก่กันในวันวาเลนไทน์ แต่หากไปหาซื้อตามช่วงเทศกาล รับรองว่าราคาแพงขึ้นหลายเท่าตัว

    “ช็อกโกแลต” ขนมหวานแสนอร่อยของขวัญง่าย ๆ ของโปรดของใครหลายคน แต่ขึ้นชื่อว่าช็อกโกแลตก็ต้องมีไขมัน และน้ำตาลสูงแฝงอยู่ ถ้าเผลอกินเข้าไปมาก ๆ ก็อาจน้ำหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว

    หรือจะไปเดินหาซื้อเครื่องประดับ สร้อยคอ ต่างหู หรือแหวนเก๋ ๆ สักวง ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะเจอในแบบที่ต้องการ หากยังเลือกของขวัญไม่ได้สักที เช่นนั้นวาเลนไทน์ปีนี้ ลองเปลี่ยนมาให้ “ชุดผักสุขภาพ” เป็นของขวัญ ก็น่าจะเรียกรอยยิ้มจากคนรักของคุณได้ไม่น้อย

    “ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม” ผอ.สำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. ให้ข้อมูลว่า โรคภัยไข้เจ็บหลาย ๆ โรคนั้น เกิดจากพฤติกรรมการกินที่ไม่ถูกต้อง ทั้งการกินบางอย่างมากเกินไป หรือกินบางอย่างน้อยเกินไป โดยเฉพาะผัก ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ ซึ่งจะช่วยให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรง และยังมีกากใยอาหาร ที่เมื่อไหลผ่านระบบทางเดินอาหาร จะทำหน้าที่ ไปกวาดเอาของเสียต่าง ๆ ลงสู่ลำไส้ใหญ่ แล้วขับออกทางอุจจาระ

    ยิ่งถ้าไม่สนใจกินผักให้มากพอจนเป็นนิสัย อาการเหล่านี้ ก็พร้อมที่จะคุกคามเราได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็น โรคอ้วน เมื่อขาดวิตามินและเกลือแร่จากผัก ระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็จะเสียสมดุล เพราะขาดกากใยที่ช่วยกำจัดสารอาหารส่วนเกิน จนเกิดการสะสม นำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคเบาหวานด้วย

    ผอ.สำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. บอกอีกว่า สำหรับวันวาเลนไทน์ เป็นเทศกาลแห่งความรัก หลายคนอาจจะนึกถึงช่อดอกไม้ หรือพากันออกไปกินข้าวนอกบ้าน แต่ยังมีทางเลือกดี ๆ อีกหลายแบบ อย่างเช่น ลองเปลี่ยนจากการมอบช่อดอกกุหลาบ มาเป็นมอบกระเช้าผักน่ารัก ๆ ที่จัดตกแต่งเอง ซึ่งการให้กระเช้าผัก ก็สื่อความหมายถึงความปรารถนาให้คนที่เรารักมีความสุข โดยเป็นความสุขที่มาจากภายใน คือ ความสุขจากการมีสุขภาพดี ดังคำที่ว่า “you are what you eat.” คุณกินอะไรก็ได้อย่างนั้น

    ดร.นพ.ไพโรจน์ อธิบายถึงความสำคัญของการกินผักให้เพียงพอ ดังนี้

    1. กินผักให้ได้วันละ 400 กรัม

    องค์การอนามัยโลกแนะนำให้กินผักให้ได้วันละ 400 กรัม หรือ 4 ขีด วิธีง่าย ๆ ในแต่ละมื้อ เราแบ่งพื้นที่ใน 1 จานของเรา เป็น 4 ส่วน ถ้าเป็นผักควรให้ได้ 2 ส่วน หรือครึ่งจาน และเราสามารถเพิ่มการกินผักได้ง่าย ๆ เช่น เลือกสั่งเมนูที่มีผักเป็นส่วนประกอบหลัก

    2. กินให้หลากหลาย

    ประเทศไทยมีผักให้เลือกหลากหลาย ซึ่งสารอาหารในผักแต่ละชนิดก็ให้คุณค่าต่อร่างกายแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามควรเลือกกินผักตามฤดูกาล เพราะนอกจากราคาผักจะถูกแล้ว ยังลดความเสี่ยงจากยาฆ่าแมลง เพื่อที่จะได้รับประโยชน์จากวิตามินและกากใยที่ครบถ้วน


    3. ล้างผักให้สะอาด

    เมื่อเลือกซื้อผักมาแล้ว ก่อนกินหรือนำมาปรุงอาหารทุกครั้ง ควรนำมาล้างให้สะอาดเสียก่อน เพื่อป้องกันสารเคมีตกค้างหรือการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค

    4. สะดวกหากินง่าย

    สิ่งแวดล้อมรอบตัวมีส่วนช่วยทำให้กินผักได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นต้องทำให้เอื้อต่อการกินผัก เช่น มีจุดจำหน่ายผักปลอดสารพิษ มีร้านค้า หรือตลาดนัดผักสุขภาพ ขณะที่การใช้ชีวิตประจำวันพยายามเลือกเมนูที่มีผักเยอะ ๆ เช่น อาหารเช้าหากกินที่บ้าน เราก็อาจจะปรุงเองใส่ผักเยอะ ๆ หรือเวลาจะไปสั่งตามร้านอาหาร ก็เลือกเมนูที่เป็นผักไปเลย หรือขอเพิ่มผักและลดเนื้อสัตว์ลง

    5. รู้ของดีในผัก

    พืชผักเป็นแหล่งสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร มีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ผักหลายชนิดมีสรรพคุณทางยา ช่วยรักษาอาการเจ็บป่วย สร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง

    6. ช่วยระบบขับถ่าย แก้ท้องผูก

    การกินอาหารที่มีใยอาหารไฟเบอร์สูง โดยมีมากในพืชผัก จะช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย แก้อาการท้องผูกได้ ลดปัจจัยเสี่ยงของการเป็นมะเร็งในลำไส้ ริดสีดวง และภาวะลำไส้อุดตันได้

    7. บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง

    ผักหลายชนิดมีสารเบต้าแคโรทีน เช่น แคร์รอต ฟักทอง หน่อไม้ ข้าวโพดอ่อน รวมถึงผักสีเขียว เช่น บร็อคโคลี มะระ ผักบุ้ง ต้นหอม คะน้า มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ ฟื้นฟูสุขภาพผิวให้กลับมาแข็งแรง การกินผักเหล่านี้เป็นประจำ จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินและเกลือแร่อย่างเพียงพอ ทำให้ผิวพรรณสดใส

     8. ทุกมื้อให้ผักนำ

    กำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะสม ตามสูตร 2:1:1 โดยการกะด้วยสายตา แบ่งสัดส่วนของจาน (เส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 9 นิ้ว) ออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน และแบ่งประเภทอาหารที่จะใส่ลงไปในจานเป็นผัก 2 ส่วน ข้าวหรือแป้ง 1 ส่วน และเนื้อสัตว์ 1 ส่วน

    โดยการกินผักสด ผักต้ม ผักนึ่ง หรือผลไม้หลากหลายชนิด ในสัดส่วนครึ่งหนึ่งของจานอาหาร หรือ 2 ใน 4 ส่วนของเมนูอาหารทุกมื้อ (ประมาณวันละ 400 กรัม) จะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อีกทั้งยังช่วยให้ลดน้ำหนักลงได้จริง ควบคู่กับการออกกำลังกาย

    การให้ของขวัญชุดผักสุขภาพในวันวาเลนไทน์ นอกจากจะเป็นไอเดียที่เก๋ไก๋น่ารัก แสดงออกถึงความห่วงใยดูแลเอาใจใส่แล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้รับอีกด้วย

    สสส.และภาคีเครือข่าย ขอรณรงค์สนับสนุนให้คนไทยหันมากินผักกันให้มากขึ้น ภายใต้แคมเปญ “ผลักดันให้ผักนำ” เริ่มต้นได้ในทุก ๆ วัน หรือใครจะใช้โอกาสวันวาเลนไทน์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสุขภาพ ก็นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี
สสส./https://www.thaihealth.or.th/


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: