ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

ต่อยอดโครงการก้าวท้าใจ season 2 ต้านภัยโควิด-19



    สธ. เผยโควิด-19 ทำคนไทยพฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่ม เตรียมเปิดโครงการ “ก้าวท้าใจ season 2” กระตุ้น 5 แสนคน ออกกำลังกาย เน้นประเภทที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง เตรียมพร้อมสู่วิถีชีวิตใหม่

    กระทรวงสาธารณสุขได้ขับเคลื่อนนโยบายด้านส่งเสริมการออกกำลังกายแก่ประชาชนผ่าน 4 มาตรการหลัก ได้แก่
    1) สร้างเสริมให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้อง
    2) ส่งเสริมการออกกำลังกายโดยให้ชุมชนเป็นฐานในการสร้างสุขภาวะที่ดี
    3) ส่งเสริมการออกกำลังกายโดยใช้เทคโนโลยีรูปแบบใหม่ สื่อสารเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความคิดของประชาชน และนำไปสู่การออกกำลังกายระดับประเทศ
    4) ส่งเสริมให้บุคลากรสาธารณสุขเป็นต้นแบบด้านสุขภาพ (Health Model) ซึ่งในช่วงต้นปี 2563 กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัยได้ดำเนินโครงการก้าวท้าใจ season 1 ขึ้น โดยมีผู้สนใจ เข้าร่วมโครงการ 4.8 แสนคน รวมระยะทางสะสม 20 ล้านกิโลเมตร นับเป็นก้าวแรกที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง แต่จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และมาตรการปิดสถานที่ออกกำลังกายที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อต้องอยู่บ้าน ส่งผลให้มีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ

    ขณะนี้รัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ทำให้ประชาชนมีสถานที่ที่เอื้อต่อการออกกำลังกายมากขึ้น แต่ยังต้องมีการควบคุมและเฝ้าระวังโรคอย่างเคร่งครัด ซึ่งภายใต้สถานการณ์ในช่วงเวลานี้ กระทรวงสาธารณสุขมีแผนที่จะดำเนินโครงการก้าวท้าใจ season 2 ต้านภัยโควิด-19 ขึ้น เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายที่สามารถทำได้ด้วยตนเองเตรียมพร้อมสู่วิถีชีวิตใหม่ (New normal) ด้วยรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน เวทเทรนนิ่ง แอโรบิกแดนซ์ โยคะ และคีตะมวยไทย ผ่านการสะสมระยะเวลาการออกกำลังกายและสะสมแต้มสุขภาพ (Health point)


    ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงานโครงการก้าวท้าใจ season 2 ต้านภัยโควิด-19 ในครั้งนี้ จะมุ่งไปที่กลุ่มประชาชนทั่วไป อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ชมรมออกกำลังกาย และหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายสมาชิกใหม่จำนวน 5 แสนคน ภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายอื่น ๆ

    การออกกำลังกายให้ได้ผลดีต่อสุขภาพนั้น ประชาชนต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 3 - 5 วัน วันละไม่น้อยกว่า 30 นาที จึงจะสามารถช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบการหายใจ หัวใจ ปอด และหลอดเลือด ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีความแข็งแรงมากขึ้น ลดการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมทั้งช่วยในเรื่องของสภาพจิตใจและการเข้าสังคม ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียดจากการทำงานหรือจากการเรียน และช่วยให้นอนหลับได้สนิทต่อเนื่องยาวนานมากขึ้นด้วย


สสส.


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: