ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

คนละไม้ละมือ งดก่อมลภาวะทางอากาศ



    “เราไปสูดโอโซนกัน” เป็นประโยคชวนเชิญคนสนิทที่มักได้ยินเมื่อเริ่มวางแผนจะไปพักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุดหรือช่วงฤดูหนาว ซึ่งสถานที่ที่ทุกคนนึกถึงอันดับต้น ๆ เห็นทีจะเป็นภูเขาปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจี แต่เดี๋ยวก่อน บางทีคุณภาพอากาศก็ไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่เราคิด เพราะปัญหาเรื่องฝุ่นละอองหรือหมอกควันพิษยังไม่หมดไป

    หมอกควันพิษที่เราพบเกิดจากธรรมชาติ เช่น ไฟป่า และเกิดจากมนุษย์ ได้แก่ การเผาเศษพืชและเศษวัสดุการเกษตร การเผาขยะมูลฝอยจากชุมชน การเผาวัชพืชริมถนน และมลพิษจากอุตสาหกรรม อันก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งพืช สัตว์ รวมถึงมนุษย์เอง ซึ่งสถานการณ์ปีที่ผ่านมาทำให้ทราบว่ามีโอโซนส่งผลต่อคุณภาพอากาศในช่วงฤดูหนาวมาพร้อมกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก พบว่าปริมาณโอโซนในระดับพื้นดินสูงเกินมาตรฐานในเขตเมือง เมื่อพิจารณาแล้วโอโซนในระดับพื้นดินที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้นเป็นก๊าซพิษ จึงไม่ควรสูดเข้าไป แต่สิ่งที่เราควรช่วยกันรักษาไว้คือโอโซนในชั้นบรรยากาศระดับที่สูง ๆ

    หมอกควันที่เราเห็นในสภาพแวดล้อมคือการรวมกันของเม็ดฝุ่นขนาดเล็กและควันต่าง ๆ ซึ่งจะยิ่งเห็นหมอกควันชัดเมื่ออยู่ในสภาพอากาศแห้งอย่างช่วงปลายฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อนดังที่ยังคงเป็นปัญหาของจังหวัดทางภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ที่มีพื้นที่เป็นแอ่งกักเก็บหมอกควัน

    ปัญหามลภาวะอากาศในปัจจุบันเกิดจากมนุษย์ละเลยที่จะใส่ใจสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก และยิ่งเม็ดฝุ่นในหมอกควันมีขนาดเล็กเท่าไรก็ยิ่งอันตราย ซึ่งเม็ดฝุ่นในหมอกควันที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (ขนาดเล็กกว่า 1,000 เท่าของขนาดเม็ดน้ำตาลทราย) และมีค่าความเข้มข้นสูงเกิน 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เป็นอันตรายต่อสุขภาพ นอกจากนี้เม็ดฝุ่นยังปะปนไปด้วยก๊าซพิษและสารไฮโดรคาร์บอนบางชนิดที่เป็นภัยต่อสุขภาพ และหากหายใจเอาหมอกควันพิษเข้าไปนานวันเข้าอาจเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอดได้ในที่สุด

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ตระหนักถึงการแก้ไขมลภาวะทางอากาศ โดย นางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) กล่าวว่า มลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก เป็นข้อบ่งชี้หนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะอากาศผิดปกติ ทาง สสส. ได้ร่วมกันขับเคลื่อนในแนวคิดหลักว่าด้วย “สร้างภูมิ..คุ้มนิเวศ” ซึ่งสอดคล้องกับวาระการขับเคลื่อนของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ที่บอกว่า Beat Air Pollution “สร้างป่าลดมลพิษ” โดยมีเป้าหมายในการกระตุ้นการรับรู้และเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในชุมชน เพื่อลดมลพิษและสภาวะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงระดับพื้นที่ จึงมีการกระตุ้นให้เพิ่มปริมาณต้นไม้ เพื่อช่วยจับฝุ่น ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ขณะเดียวกันการปลูกต้นไม้เท่ากับเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพได้ด้วย

    เนื่องในวันโอโซนโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 16 กันยายน สสส. มีแนวทางแก้ปัญหาฝุ่นละอองหรือหมอกควันพิษ ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวและสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

    1. รถยนต์

    -ใช้น้ำมันไร้สารตะกั่วสำหรับรถเครื่องยนต์เบนซินหรือน้ำมันดีเซลกลั่นอุณหภูมิต่ำสำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล

    - เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามกำหนดเวลา

    - ติดตั้งอุปกรณ์กรองไอเสีย

    - เปลี่ยนมาใช้ระบบการขนส่งที่มีมลพิษน้อยและหันมาเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนเพื่อลดการแพร่ควันท่อไอเสียรถยนต์

     2. เศษพืชและวัสดุการเกษตร

    - ลดการเผา แต่ควรนำไปทำปุ๋ยหมักชีวภาพ นอกจากพืชผักปลอดภัย ดินก็จะไม่ถูกทำลาย

    - ปรับเปลี่ยนระบบการปลูกพืชจากพืชเชิงเดี่ยวไปสู่ระบบการปลูกสร้างสวนป่าแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นรูปแบบการเกษตรสำคัญที่สามารถลดการเผาไปได้จำนวนมาก

    3. สร้างพื้นที่สีเขียว

    - ปลูกต้นไม้รอบบ้านเพื่อช่วยกรองฝุ่นและดูดมลพิษ

    - เลิกสูบบุหรี่

    - หมั่นทำความสะอาดพื้นที่อยู่อาศัย

    4. ขยะหรือวัสดุเหลือใช้

    - ลดการเผาทำลาย เปลี่ยนเป็นรวบรวมวัสดุเหลือใช้ไปขายเพื่อสร้างรายได้

    - ลดและเลิกการใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีสารประกอบของสารที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก เช่น สารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน(CFC) และสารไฮโดรฟลูโอคาร์บอน (HCFC)

    แนวทางการปฏิบัติข้างต้นทำได้โดยเริ่มต้นที่ตัวเรา สสส. ขอชวนทุกคนร่วมตระหนักและร่วมกันแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศ ทำให้สังคมไทยมีคุณภาพอากาศที่ดี เพราะคุณภาพอากาศที่ดีย่อมส่งผลต่อการมีสุขภาวะทางกายและจิตที่ดีด้วยเช่นกัน
สสส.


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: