ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

เรื่องต้องรู้ของการเบ่งคลอด



       คุณแม่รู้หรือไม่ค่าการเบ่งคลอดมีความสำคัญกับตัวคุณแม่และคุณลูกแค่ไหน และการเบ่งที่ผิดวิธี ผิดเวลาก็อาจทำให้คุณแม่หลังคลอดต้องเจอปัญหา "ปากช่องคลอดบวม" โดยเฉพาะคุณแม่ที่เตรียมตัวกับการเบ่งคลอดไม่ดีเท่าที่ควร อาจจะมีความเสี่ยงที่จะเจอกับปัญหานี้ค่ะ

      คุณแม่หลายคนโดยเฉพาะคุณแม่ที่กำลังจะเตรียมตัวคลอดสงสัยกันใช่หรือไม่คะว่า แท้จริงแล้ว อาการปากช่องคลอดบวมนั้นมีสาเหตุเกิดมาจากอะไร และควรป้องกันอย่างไร

ปากช่องคลอดบวม

      อาการที่ปากช่องคลอดบริเวณด้านนอก มีลักษณะบวมแดง อักเสบ เป็นอาการที่คุณแม่จะเห็นและสัมผัส เรียกว่าปากช่องคลอดบวม ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการอยู่ในท่าเบ่งนาน ๆ ในช่วงที่รอคลอด หรือในช่วงที่ปากมดลูกเปิดแล้ว คุณแม่ต้องเบ่ง แต่เบ่งไม่ถูก เบ่งไม่แรง ทำให้เด็กออกมาไม่ได้ ทำให้ปากช่องคลอดโดนหัวเด็กดันอยู่นานเกินไป ดันไปมาแบบนี้ จึงทำให้มีเลือดไปคั่งอยู่บริเวณปากช่องคลอด ทำให้เกิดอาการบวม ช้ำ บางรายมีเลือดคั่งมากทำให้มีอาการชักและช็อกได้อีกด้วย

เบ่งคลอดให้ผ่านฉลุย

      รู้เช่นนี้แล้ว ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมารู้จักกับการเบ่งคลอดอย่างถูกต้อง เราเชื่อว่าการคลอดครั้งนี้จะกลายเป็นเรื่องกล้วย ๆ ได้อย่างแน่นอน หากคุณแม่มีความพร้อม และรู้จักการเบ่งคลอดที่ถูกต้อง ถูกจังหวะ ถูกเวลา เอาล่ะขอให้การขึ้นเขียงเอ้ย!...ขึ้นเตียงคลอดครั้งนี้ผ่านฉลุยนะคะ...

      ระยะก้าวหน้า
      ระยะนี้คือระยะที่เหนื่อยที่สุดของการคลอด เนื่องจากมดลูกจะมีการหดรัดตัวที่แรงและเร็วมาก ทุก 2-3 นาที และจะเจ็บท้องแข็งนาน 60-90 วินาที บางคนจะรู้สึกเหมือนกับว่าการแข็งตัวของมดลูกเกิดโดยไม่หยุดพัก การเปิดปากมดลูกในระยะนี้จะเร็วมาก เริ่มจาก 3 เซนติเมตร จนเปิดเต็มที่ ทำให้คุณแม่จะรู้สึกปวดที่บริเวณส่วนก้นหรือตุงที่ทวารหนัก บางครั้งจะมีอุจจาระออกมาโดยมิได้เบ่งถ่าย มีเหงื่อออกมาก รู้สึกร้อนสลับหนาว ปวดร้าวหน้าขามาก และรู้สึกไม่สุขสบาย มีอาการเกร็งสั่นโดยควบคุมไม่ได้ อาจจะมีอาการอาเจียน เวียนศีรษะ ร่วมด้วย

      For Mom to do...
      อยู่นิ่ง ๆ รอเวลาที่เหมาะสมที่ผู้ช่วยคลอดหรือผู้ดูแลจะบอกให้คุณเบ่งจึงค่อยเบ่งคลอด

      ระยะที่สอง
      ระยะนี้เป็นระยะที่ปากมดลูกเปิดหมด และทารกเคลื่อนผ่านช่องทางคลอดมาจนถึงช่องคลอด และมองเห็นศีรษะได้ที่ปากช่องคลอด เพียงแต่ออกแรงเบ่งตามจังหวะการหดรัดตัวของมดลูก การคลอดก็จะเกิดขึ้นภายใน 10-30 นาที ความเจ็บปวดจะลดลงบ้าง แต่จะรู้สึกท้องตึงแข็งมากขึ้น และแทบจะไม่รู้สึกว่ามีการคลายตัวของมดลูกเลย บางคนจะรู้สึกคล้ายมีแรงผลักดันมากมายในช่องท้องและปวดตุงบริเวณทวารหนักหน้าท้องจะแข็งตึงตลอดเวลา มดลูกโก่งตัวสูง มูกเลือดออกทางช่องคลอดมากขึ้น และเริ่มมองเห็นศีรษะของลูกตุงอยู่ที่ปากช่องคลอด

      For Mom to do...
      ปรับท่านอนให้อยู่ในท่าที่พร้อมจะเบ่งคลอด บางโรงพยาบาลจะย้ายผู้คลอดเข้าห้องคลอด ให้นอนบนเตียงขาหยั่ง ช่วงนี้พอถึงเวลาเบ่งจงออกแรงเบ่งให้เต็มที่ เพื่อทารกจะได้ผ่านช่องคลอดโดยเร็ว แต่ควรจะเบ่งในเวลาที่ผู้เฝ้าคลอดบอกให้เบ่งและหยุดพักเบ่งตามคำแนะนำเพื่อจะได้ออมแรง

      ขณะที่ออกแรงเบ่ง จงอย่าร้อง อย่าดิ้น เพราะยิ่งดิ้นยิ่งร้องก็จะยิ่งเสียแรงเบ่ง ก่อนที่จะเบ่ง ให้สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ให้เต็มปอด ก้มหน้าคางชิดอก กางศอกออก แล้วก็เบ่งสุดชีวิต เวลาเบ่ง เบ่งเหมือนเบ่งอุจจาระ ห้ามมีเสียง ห้ามผ่อนลมออกปากออกจมูก เพราะการผ่อนลมออกจะทำให้เสียกำลัง และยังทำให้เสียสมาธิด้วย จงเบ่งให้ยาว เบ่งให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อสุดแรงเบ่ง หายใจเข้าลึก ๆ แล้วเบ่งซ้ำ

      ออกแรงเบ่งลงสู่ส่วนล่างให้เต็มแรงจนรู้สึกว่าไม่สามารถกลั้นลมหายใจได้อีก ทำเช่นนี้ทุกครั้งที่มดลูกแข็งตัว การสูดหายใจเข้าลึก ๆ ยาว ๆ ซ้ำ ๆ กัน หลาย ๆ ครั้งก่อนที่จะกลั้นหายใจเบ่งจะช่วยให้ปริมาณออกซิเจนมากพอสำหรับการกลั้นใจเบ่งคลอดในแต่ละครั้ง และช่วยไม่ให้ผู้คลอดเหนื่อยจนเกินไป วิธีที่ปลอดภัย คือ หายใจและเบ่งตามคำแนะนำของผู้เฝ้าคลอด

      ในการเบ่งคลอด ไม่ควรเกร็งหน้าขาและฝีเย็บ เพราะจะทำให้เกิดแรงต้านการเบ่งบริเวณปากช่องคลอด

      หลังจากแรงเบ่งสุดท้ายนี้ คุณแม่ก็คงจะได้ยินเสียง อุแว้อุแว้...ของลูกน้อยที่เพิ่งออกมาลืมตาดูโลก คราวนี้ก็ถึงเวลาที่คุณแม่ต้องทิ้งความเจ็บปวด ความน่ากลัว และความกดดันต่าง ๆ ไว้ ถึงเวลาที่ต้องเตรียมรอยยิ้มหวาน ๆ ไว้ต้อนรับลูกของคุณแม่ได้แล้วค่ะ

ดูแลปากช่องคลอด

      หากมีอาการบวม ช้ำ หรือมีเลือดคั่งมาก ๆ ก็อาจจะต้องทำการเอาเลือดคั่งนั้นออกด้วยวิธีการผ่าตัด แต่หากเลือดคั่งไม่มาก คุณหมอจะให้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งเป็นยาฆ่าเชื้อและยาลดอาการบวมแดง ร่วมกับการใช้โคมส่องไฟตรงแผลฝีเย็บความร้อนจากไฟจะทำให้อาการบวมอักเสบนั้นดีขึ้น และอาการบวมก็จะยุบลงไปได้เองค่ะ ซึ่งควรอยู่ในการดูแลของคุณหมอนะคะ


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: