Facebook Twitter
gPlus 

แม่และเด็ก

ทำแท้งเถื่อน ชี้เสี่ยงติดเชื้อจนต้องตัดมดลูกทิ้ง

ทำแท้งเถื่อน ชี้เสี่ยงติดเชื้อจนต้องตัดมดลูกทิ้ง



     กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ห่วงอันตรายจากการลักลอบให้บริการทำแท้ง โดยหมอเถื่อน คลินิกเถื่อน ชี้เสี่ยงสารพัดอันตราย ทั้งตกเลือด ติดเชื้อในมดลูก หรือกระแสเลือดจนต้องตัดมดลูกทิ้ง หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

     ปัจจุบันปัญหาการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมหรือตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ยังคงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยครั้ง โดยบางคนอาจเลือกวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการยุติการตั้งครรภ์ หรือที่เรียกกันว่าการทำแท้ง สำหรับในประเทศไทยหญิงตั้งครรภ์จะสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อเมื่อแพทย์ลงความเห็นว่ามีความจำเป็น อาทิ มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ-ชีวิตของมารดาหากไม่ยุติการตั้งครรภ์, ผู้เป็นมารดามีอาการผิดปกติทางจิต หรือตั้งครรภ์จากการถูกกระทำชำเรา เป็นต้น แต่ก็อาจจะมีบางรายซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ที่สามารถยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายไปใช้บริการทำแท้งจากบุคคลที่มิใช่แพทย์ซึ่งขาดความเชี่ยวชาญและอุปกรณ์ที่เหมาะสมซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดอันตรายจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น อาการตกเลือด,ติดเชื้อในมดลูก/กระแสโลหิต จนต้องตัดมดลูกทิ้ง รวมถึงปัญหาของไตวาย/ตับวายที่จะนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด

      กรม สบส.จึงขอเน้นย้ำว่าไม่ว่าจะเป็นบริการทางการแพทย์ประเภทใดก็ตามขอให้ประชาชนเลือกรับบริการจากแพทย์ในสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นห้ามรับบริการจากหมอเถื่อน และคลินิกเถื่อนเด็ดขาดหากผู้ใดลักลอบประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพถือว่ามีความผิดฐานเป็นหมอเถื่อน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนสถานที่ซึ่งใช้ในการรักษาพยาบาล หากมิได้ขออนุญาตเปิดเป็นสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายถือว่ามีความผิด ฐานเปิดสถานพยาบาลเถื่อน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

      “อย่างไรก็ตามทางออกของปัญหาการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมไม่ได้มีแค่วิธีการทำแท้งเท่านั้น ควรให้เวลากับตัวเอง ตั้งสติและคิดทบทวนถึงผลลัพธ์ให้ดีก่อนตัดสินใจโดยอาจจะขอความช่วยเหลือและคำปรึกษา จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม แม้ในบางรายที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ ก็จะได้รับคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือในการรับฝากครรภ์ติดต่อบ้านพักฉุกเฉินให้อยู่จนคลอดก่อนกลับไปศึกษาหรือประกอบอาชีพ” นายแพทย์ธงชัยกล่าว




กลุ่มประชาสัมพันธ์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน