ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

ภาวะขาดน้ำ (dehydration) กับ 5 วิธีป้องกัน

วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องทั่วไปอย่าง “น้ำ” ที่อาจดูเหมือนไม่สำคัญ แต่ในความเป็นจริงนั้นอาจเรียกได้ว่า น้ำ คือส่วนประกอบในร่างกายที่มีบทบาทสำคัญ ช่วยให้ระบบต่างๆ ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นหากเพื่อนๆ ดื่มน้ำไม่เพียงพอจนเกิดภาวะขาดน้ำ (dehydration) ร่างกายก็อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่จนเกิดอาการป่วยต่างๆ เช่น ดวงตาขาดน้ำหล่อเลี้ยง ผิวแห้ง ดูไม่สดใส อ่อนเพลีย ปัสสาวะน้อย และมีสีเข้ม ปวดศีรษะ ความดันต่ำ และอาจส่งผลกระทบให้เกิดโรคร้ายอื่นๆ ตามมาได้ เพื่อนๆ ผู้อ่านที่ดื่มน้ำน้อยจะต้องเคยประสบปัญหาเหล่านี้กันอย่างแน่นอน ซึ่ง Thaiza ก็ได้นำเคล็ดลับในการคงความชุ่มชื้นให้กับร่างกายมาฝากเพื่อนๆ กันเช่นเคยค่ะ ใครที่กำลังเสี่ยงกับอาการป่วยเหล่านี้อยู่ต้องไม่พลาดที่จะอ่านบทความนี้เลยทีเดียวค่ะ

1.ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
 
เพื่อนๆ อาจเคยได้ยินกันมาอยู่แล้วว่าเราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 -10 แก้วซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นกฎพื้นฐานในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อใดก็ตามที่เพื่อนๆ รู้สึกกระหายน้ำ ควรรีบดื่มน้ำเพื่อให้ร่างกายยังคงความชุ่มขื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆ ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือป่วย คือกลุ่มที่ร่างกายควรมีน้ำหล่อเลี้ยงมากกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบางข้อเช่น อายุ อาหารที่รับประทาน ประวัติการรักษาพยาบาล และขนาดร่างกายยังสามารถบอกได้อีกด้วยว่า เราควรดื่มน้ำในปริมาณเท่าใด หากเพื่อนๆ ปัสสาวะทุกๆ 3-4 ชั่วโมงก็สามารถสื่อได้ว่าร่างกายได้รับความชุ่มขื้นเพียงพอ และลักษณะของปัสสาวะไม่ควรเป็นสีเหลืองเข้ม เพราะนั่นอาจหมายถึงว่าร่างกายกำลังมีปัญหานั่นเอง

2.ทานอาหารที่ฉ่ำน้ำ
 
มีผัก และผลไม้นานาชนิดที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบจำนวนมาก นอกจากจะมีรสชาติเอร็ดอร่อยชื่นใจแล้ว เพื่อนๆ ยังสามารถรับประทานเพิ่มเติมเพื่อเป็นการเติมเต็มน้ำให้กับระบบต่างๆ ในร่างกายได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น น้ำมะพร้าว แตงโม เซเลอรี่ กีวี่ สับปะรด แครอต พริกหวาน แตงกวา และผลไม้ตระกูลส้มทั้งหลาย ชอบรสชาติแบบไหนก็สามารถเลือกได้ตรงตามความต้องการอย่างแน่นอนค่ะ

3.ค้นหาตัวเลือกใหม่ในการดื่มน้ำ
 
หากการดื่มน้ำเปล่าเป็นวิธีที่จำเจเกินไป เราลองมาหาวิธีใหม่ๆ ให้การดื่มน้ำของเราไม่น่าเบื่อกันดีกว่าค่ะ ถึงแม้ว่าน้ำเปล่าจะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นได้ดีหลังจากการออกกำลังกายอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นว่ายังมีวิธีอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่นการเติมรสชาติ และสีสันให้กับน้ำดื่มของเรา สำหรับไอเดียที่เราอยากจะแนะนำเพื่อนๆ ก็คือ น้ำผักผลไม้นานาชนิด สมูทตี้ผลไม้ปั่น ชาสมุนไพรร้อนๆ น้ำอุ่นคู่กับเลม่อน และน้ำผึ้ง คีเฟอร์ คอมบูชา (น้ำชาหมัก) และรวมไปถึง sparkling water (น้ำโซดาไม่แต่งกลิ่น รสชาติ และไม่มีน้ำตาล) นอกจากจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับร่างกายได้ไม่ต่างจากน้ำเปล่าแล้ว ยังมีคุณประโยชน์อื่นๆ อีกด้วยนะคะ

เครื่องดื่มที่เพื่อนๆ ควรหลีกหากไม่อยากให้ร่างกายขาดความชุ่มชื้น เช่น กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม เป็นต้น ควรดื่มในปริมาณที่พอดีจะดีกว่าค่ะ

4.เตรียมร่างกายให้พร้อมขณะและหลังออกกำลังกาย
 
ในร่างกายของมนุษย์จะมี electrolytes (อิเล็คโทรไลต์) ซึ่งเป็นสารละลายของธาตุที่มีทั้งประจุบวก และลบ ช่วยสร้างความสมดุลให้แก่ภายในร่างกาย เช่นโซเดียม โพแทสเซียม และคลอไรด์ ขณะที่เพื่อนๆ กำลังออกกำลังกายอยู่นั้น ร่างกายจะค่อยๆ สูญเสียอิเล็คโทรไลต์ดังกล่าวออกมาเป็นเหงื่อนั่นเองค่ะ

 ฉะนั้น เพื่อนๆ จึงควรจิบน้ำบ่อยๆ ระหว่างออกกำลังกาย และหลังออกกำลังกายเพื่อให้ไม่ร่างกายสูญเสียน้ำไปอย่างรวดเร็ว และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมนะคะ

5.ดื่มน้ำมากขึ้นในขณะป่วย
 
ช่วงเวลาสำคัญอีกช่วงเวลาหนึ่งที่เพื่อนๆ ควรดื่มน้ำสม่ำเสมอก็คือ ขณะที่ป่วย หรือมีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารนั่นเองค่ะ เมื่อร่างกายขาดความชุ่มชื้น ระบบต่างๆ ก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีอาการป่วย และอาจนำไปสู่ภาวะนิ่วในไต การติดเชื้อ ร้ายแรงจนถึงภาวะหัวใจล้มเหลวได้ หากมีอาการอาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วยอาจเลือกเครื่องดื่มที่เกลือแร่ได้เช่นเดียวกัน

สำหรับเพื่อนๆ ที่ดื่มน้ำน้อยควรหันมาใส่ใจการดื่มน้ำให้มากขึ้น เพราะน้ำ เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อระบบในร่างกายของเรามากที่สุด หากต้องการมีสุขภาพดี อย่าลืมดื่มน้ำกันเป็นประจำนะคะ เพราะสุขภาพที่ดีสามารถเริ่มได้จากตัวเราค่ะ
 

Source :  www.davidwolfe.com  /  www.honestdocs.co

 

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: